หลักฐานการกู้ยืม
การกู้ยืมเงินเกินจำนวนที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ มิฉะนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้
การกู้ยืมเงินเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ ดอกเบี้ยต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ผู้ค้ำประกันได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติที่แก้ไขใหม่ เช่น เจ้าหนี้ต้องแจ้งเมื่อลูกหนี้ผิดนัดภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

การกู้ยืมเงินเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ ดอกเบี้ยต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ผู้ค้ำประกันได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติที่แก้ไขใหม่ เช่น เจ้าหนี้ต้องแจ้งเมื่อลูกหนี้ผิดนัดภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
หน้านี้อธิบายประเด็นสัญญากู้ยืมและค้ำประกันในไทย ข้อมูลทั่วไปตามกฎหมายไทย ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีของท่าน
การกู้ยืมเงินเกินจำนวนที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ มิฉะนั้นฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้
ดอกเบี้ยระหว่างบุคคลทั่วไปต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่เกินอาจตกเป็นโมฆะ สถาบันการเงินอยู่ใต้กฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
ผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม และเจ้าหนี้ต้องแจ้งการผิดนัดภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อตกลงที่ขัดต่อการคุ้มครองนี้เป็นโมฆะ
จำนองต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน หลักประกันทางธุรกิจจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เงินกู้จากต่างประเทศอาจต้องรายงานตามข้อกำหนดการแลกเปลี่ยนเงินตรา และดอกเบี้ยที่จ่ายไปต่างประเทศอาจมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย
สัญญากู้ยืมต้องติดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร




ครอบคลุมครบ
ส่งเอกสารได้ทั่วประเทศ
สอบถามเจ้าหน้าที่ แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน
แหล่งอ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) · ศาลยุติธรรม
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการผันแปรได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
รวบรวมจากคำถามที่ลูกค้าถามจริง พร้อมคำตอบที่อ้างอิงระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ต้องระบุตัวผู้มอบและผู้รับมอบให้ชัด ขอบเขตอำนาจเป็นเรื่อง ๆ ไม่ควรเขียนกว้างเกินจำเป็น ระยะเวลาที่มีผล สิทธิในการมอบอำนาจช่วง และลงลายมือชื่อพร้อมพยาน หากใช้กับที่ดินหรือหน่วยงานเฉพาะต้องใช้แบบฟอร์มของหน่วยงานนั้น และถ้าลงนามในต่างประเทศมักต้องรับรองโดยโนตารีพับลิกและผ่านการรับรองต่อเนื่องตามที่ปลายทางกำหนด
ศาลพิจารณาจากเนื้อหาความสัมพันธ์จริง ไม่ใช่ชื่อสัญญา ปัจจัยสำคัญคืออำนาจบังคับบัญชา การกำหนดเวลาทำงาน การใช้เครื่องมือของผู้ว่าจ้าง และการรับความเสี่ยงของงาน หากต้องการให้เป็นสัญญาจ้างทำของ ควรกำหนดผลงานส่งมอบ ค่าตอบแทนตามงาน อิสระในวิธีทำงาน และไม่ให้สวัสดิการแบบลูกจ้าง
มีผลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรับรองว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีผลผูกพันได้หากระบุตัวผู้ลงนามและเจตนาได้อย่างน่าเชื่อถือ แต่ธุรกรรมบางประเภท เช่น การจดทะเบียนสิทธิในที่ดินหรือพินัยกรรม ยังต้องทำตามแบบที่กฎหมายเฉพาะกำหนด
สัญญาสองภาษาควรมีข้อกำหนด governing language ระบุชัดว่าฉบับภาษาใดใช้ตีความเมื่อข้อความขัดกัน หากคดีขึ้นศาลไทย เอกสารต้องแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองคำแปลอยู่ดี การกำหนดให้ฉบับภาษาไทยมีผลเหนือกว่าจึงลดความเสี่ยงการตีความผิดในชั้นศาล ส่วนสัญญาที่ตกลงระงับข้อพิพาทด้วยอนุญาโตตุลาการต่างประเทศมักเลือกภาษาอังกฤษเป็นหลัก
ใช้ได้หากไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและไม่ขัดกฎหมายบังคับของไทย เช่น กฎหมายที่ดินหรือกฎหมายแรงงาน เมื่อจะใช้ต่อหน่วยงานหรือศาลไทยต้องแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองตามที่หน่วยงานนั้นกำหนด ส่วนข้อสัญญาเลือกกฎหมายต่างประเทศ ศาลไทยอาจพิจารณาให้เป็นไปตามที่ตกลงเท่าที่ไม่ขัดกฎหมายไทย
การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินต้องใช้แบบพิมพ์ของกรมที่ดิน คือ ท.ด.21 สำหรับที่ดินมีโฉนด และ ท.ด.22 สำหรับที่ดินมี น.ส.3 ผู้มอบอำนาจต้องกรอกให้ครบถ้วน ห้ามเว้นช่องว่าง ลงลายมือชื่อพร้อมพยาน 2 คน หากทำจากต่างประเทศต้องให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยรับรองลายมือชื่อ
ควรระบุตำแหน่งงานให้ตรงกับที่ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ระบุค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำตามสัญชาติที่กรมการจัดหางานใช้พิจารณา ระบุระยะเวลาสัญญาให้สอดคล้องกับอายุวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน และมีเงื่อนไขเลิกจ้างที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เพราะกฎหมายแรงงานไทยคุ้มครองลูกจ้างต่างชาติเช่นเดียวกับลูกจ้างไทย
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รับรองผลทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หากพิสูจน์ตัวผู้ลงนามและความครบถ้วนของข้อความได้ แต่นิติกรรมบางประเภทที่กฎหมายกำหนดแบบ เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ พินัยกรรมบางแบบ ยังต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้ลงนามต้องแสดงตนพร้อมหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนต่อทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร แล้วลงลายมือชื่อต่อหน้า ทนายจึงออกคำรับรองแนบท้าย จากนั้นหากปลายทางต้องการ ให้นำไปรับรองต่อที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางตามลำดับ
ศาลไทยยอมรับข้อสัญญาไม่แข่งขันได้ถ้ากำหนดขอบเขตธุรกิจ พื้นที่ และระยะเวลาอย่างสมเหตุสมผล ไม่ปิดกั้นการประกอบอาชีพเกินสมควร หากข้อกำหนดกว้างเกินไป ศาลมีอำนาจลดผลบังคับลงเท่าที่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
ควรระบุข้อกำหนดเรื่องภาษาที่มีผลบังคับ (governing language) ให้ชัดเจนในตัวสัญญา หากคดีจะขึ้นศาลไทย ศาลใช้ภาษาไทยเป็นหลักและอาจต้องมีคำแปลที่รับรองแล้ว การกำหนดภาษาไทยเป็นฉบับบังคับจึงลดความเสี่ยงการตีความขัดกันระหว่างสองฉบับ
ใช้ได้ หากคู่สัญญามีอำนาจลงนามและเนื้อหาไม่ขัดต่อกฎหมายไทย แต่หากต้องยื่นต่อหน่วยงานราชการหรือศาล มักต้องมีคำแปลภาษาไทยและหลักฐานยืนยันการลงนาม เช่น การรับรองลายมือชื่อจากโนตารีในประเทศที่ลงนาม แล้วผ่านการรับรองตามสายทางการทูต
ควรระบุสถาบันอนุญาโตตุลาการ สถานที่พิจารณา ภาษาที่ใช้ จำนวนอนุญาโตตุลาการ และกฎที่ใช้บังคับให้ครบ หากเขียนกำกวมหรือระบุสถาบันที่ไม่มีอยู่จริง ข้อสัญญาอาจถูกโต้แย้งจนต้องกลับไปฟ้องศาลตามปกติ
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รับรองผลของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หากระบุตัวผู้ลงนามและแสดงเจตนาได้ อย่างไรก็ตามเอกสารบางประเภทที่กฎหมายกำหนดแบบ เช่น นิติกรรมที่ต้องจดทะเบียน ยังต้องลงนามบนกระดาษต่อหน้าเจ้าพนักงาน
ตราสารที่ประมวลรัษฎากรกำหนด เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ สัญญากู้ยืม และใบมอบอำนาจ ต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ หากไม่ปิดหรือปิดไม่ครบ อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะชำระอากรและเงินเพิ่มให้ครบ
โดยทั่วไปให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรองการลงนามต่อหน้า จากนั้นแปลเป็นภาษาปลายทาง แล้วนำไปรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตของประเทศปลายทาง ลำดับขั้นตอนขึ้นกับข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับปลายทางเป็นสำคัญ
กำหนดเป็นเบี้ยปรับที่สมเหตุสมผลกับความเสียหายที่คาดหมายได้ พร้อมวิธีคำนวณที่ชัดเจน ศาลไทยมีอำนาจลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ การผูกตัวเลขกับความเสียหายจริงหรือกับมูลค่าสัญญาจึงมีโอกาสถูกบังคับตามที่ตกลงมากกว่า
ควรระบุกฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาลหรืออนุญาโตตุลาการให้สอดคล้องกัน หากทรัพย์สินและการบังคับคดีอยู่ในไทย การเลือกกฎหมายไทยมักทำให้บังคับตามคำพิพากษาได้ง่ายกว่า เพราะคำพิพากษาศาลต่างประเทศไม่บังคับในไทยโดยอัตโนมัติ
ควรมีข้อกำหนดเรื่องภาษาที่ใช้ตีความ (Governing Language) ระบุชัดว่าหากถ้อยคำสองฉบับขัดกันให้ยึดฉบับใด หากคดีขึ้นศาลไทย ศาลใช้ฉบับภาษาไทยเป็นหลักและอาจสั่งให้จัดทำคำแปลเพิ่ม การกำหนดไว้ล่วงหน้าจึงช่วยลดข้อพิพาทเรื่องการตีความ
ควรระบุสถาบันหรือกฎที่ใช้ จำนวนอนุญาโตตุลาการ สถานที่ดำเนินกระบวนพิจารณา ภาษาที่ใช้ และกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญา หากเขียนกว้างเกินไปอาจตกเป็นข้อสัญญาที่บังคับไม่ได้ และคู่กรณีต้องกลับไปฟ้องศาลตามปกติ
ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้บริการเหล่านี้ร่วมกัน
ค่าบริการและระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทเอกสารและหน่วยงานปลายทาง โปรดสอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล