ภาพรวมบริการรับรองเอกสารโดยสถานทูต 80 ประเทศ
ภาพรวม 80 สำนักงานกงสุลในกรุงเทพมหานคร: เราจัดกลุ่มตามภูมิภาคเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย โอเชียเนีย (ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์), อเมริกาเหนือ (สหรัฐ, แคนาดา, เม็กซิโก), อเมริกาใต้ (บราซิล, อาร์เจนตินา, ชิลี, เปรู), ยุโรป (สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ), เอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ฯลฯ), ตะวันออกกลาง (UAE, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต ฯลฯ) และแอฟริกา (อียิปต์, แอฟริกาใต้, ไนจีเรีย ฯลฯ) เปรียบเทียบ Apostille vs Legalization Chain ระดับ Hub: ประเทศที่เป็นภาคี Hague document attestation Convention 1961 ใช้ระบบ Apostille ที่จบในขั้นตอนเดียว แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยทุกฉบับต้องผ่าน Legalization Chain ครบ 3 ขั้น (อำเภอ → MFA → สำนักงานกงสุล) เราดูแลครบทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคี certificate authentication หรือไม่ Workflow มาตรฐานของ Hub: ลูกค้าส่งเอกสารต้นฉบับ ทีมงานจัดเตรียมคำแปล รับรองนักแปลที่ MFA จองคิวสถานทูตปลายทาง ยื่น ติดตาม รับคืน และจัดส่งทั่วโลก เราทำหลายสถานกงสุลคู่ขนานในกรณีเอกสารชุดเดียวกันต้องใช้ในหลายประเทศ
ความแตกต่างระหว่าง MFA Nitikorn และ Embassy Legalization
ขั้นตอนการรับรองเอกสารที่คณะผู้แทนทางการทูตในประเทศไทยประกอบด้วย (1) เอกสารต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด (อำเภอ, มหาวิทยาลัย, DBD, ศาล) (2) แปลภาษาเป็นภาษาที่คณะผู้แทนทางการทูตยอมรับ (3) นำผ่านการยืนยันความถูกต้องนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (4) จองคิวออนไลน์ของสถานทูต (5) ยื่นเอกสารพร้อมค่าธรรมเนียมที่สถานกงสุล (6) รอผลตามระยะเวลาของแต่ละสำนักงานกงสุล (5–20 วันทำการ) (7) รับเอกสารคืนพร้อมตราประทับและลายเซ็นของกงสุลฝ่ายสถานทูต ภาพรวม 80 สถานกงสุลในกรุงเทพมหานคร: เราจัดกลุ่มตามภูมิภาคเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย โอเชียเนีย (ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์), อเมริกาเหนือ (สหรัฐ, แคนาดา, เม็กซิโก), อเมริกาใต้ (บราซิล, อาร์เจนตินา, ชิลี, เปรู), ยุโรป (สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ), เอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ฯลฯ), ตะวันออกกลาง (UAE, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต ฯลฯ) และแอฟริกา (อียิปต์, แอฟริกาใต้, ไนจีเรีย ฯลฯ)
การจองคิวนัดหมายออนไลน์ของสถานทูต
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นสำนักงานกงสุล ได้แก่ เอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรอง MFA แล้ว คำแปลภาษาที่สถานกงสุลยอมรับพร้อมใบรับรองคำแปลจากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน บัตรประชาชน/พาสปอร์ตตัวจริงและสำเนา หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท ใบนัดหมายที่จองออนไลน์ และค่าธรรมเนียมสถานทูตเป็นเงินสดหรือเช็คตามที่กำหนด เปรียบเทียบ Apostille vs Legalization Chain ระดับ Hub: ประเทศที่เป็นภาคี Hague certificate authentication Convention 1961 ใช้ระบบ Apostille ที่จบในขั้นตอนเดียว แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยทุกฉบับต้องผ่าน Legalization Chain ครบ 3 ขั้น (อำเภอ → MFA → คณะผู้แทนทางการทูต) เราดูแลครบทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคี certificate authentication หรือไม่
การแปลภาษาที่สถานทูตยอมรับ
ค่าธรรมเนียมสำนักงานกงสุลแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ 1,800 บาท (สถานกงสุลในภูมิภาคอาเซียน) ไปจนถึง 4,500 บาท (สถานทูตประเทศตะวันตกบางประเทศ) ค่าบริการของทีมงานเรารวมการเดินเอกสารตั้งแต่อำเภอ → MFA → สำนักงานกงสุล พร้อมจองคิว ยื่น ติดตาม รับคืน และส่ง DHL/FedEx ออกต่างประเทศ ราคาเริ่มต้น 4,000 บาท สำหรับเอกสารส่วนตัว 1 ฉบับ Workflow มาตรฐานของ Hub: ลูกค้าส่งเอกสารต้นฉบับ ทีมงานจัดเตรียมคำแปล รับรองนักแปลที่ MFA จองคิวสถานกงสุลปลายทาง ยื่น ติดตาม รับคืน และจัดส่งทั่วโลก เราทำหลายสถานทูตคู่ขนานในกรณีเอกสารชุดเดียวกันต้องใช้ในหลายประเทศ
เวลาทำการสถานทูตและช่องทางการติดต่อ
MFA Nitikorn คือการที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย รับรองตราและลายเซ็นของหน่วยงานต้นสังกัด ส่วน consulate Legalization คือการที่สำนักงานกงสุลของประเทศปลายทางรับรองตราและลายเซ็นของกรมการกงสุล (MFA) อีกชั้นหนึ่ง สองขั้นตอนนี้ต่างกันแต่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องกัน เอกสารจึงจะใช้ได้จริงในต่างประเทศ ภาพรวม 80 คณะผู้แทนทางการทูตในกรุงเทพมหานคร: เราจัดกลุ่มตามภูมิภาคเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย โอเชียเนีย (ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์), อเมริกาเหนือ (สหรัฐ, แคนาดา, เม็กซิโก), อเมริกาใต้ (บราซิล, อาร์เจนตินา, ชิลี, เปรู), ยุโรป (สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ), เอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ฯลฯ), ตะวันออกกลาง (UAE, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต ฯลฯ) และแอฟริกา (อียิปต์, แอฟริกาใต้, ไนจีเรีย ฯลฯ)
การมอบอำนาจให้ทีมงานยื่นแทน
สถานกงสุลส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ เปิดให้จองคิวออนไลน์ผ่านระบบของแต่ละสำนักงานกงสุล โดยทั่วไปต้องจองล่วงหน้า 1–4 สัปดาห์ สถานทูตประเทศตะวันตก (สหรัฐ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, แคนาดา, เยอรมนี, ฝรั่งเศส) มีระบบ Online Appointment เคร่งครัด คณะผู้แทนทางการทูตในภูมิภาคอาเซียนส่วนใหญ่รับ Walk-in ได้ เปรียบเทียบ Apostille vs Legalization Chain ระดับ Hub: ประเทศที่เป็นภาคี Hague legalization Convention 1961 ใช้ระบบ Apostille ที่จบในขั้นตอนเดียว แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยทุกฉบับต้องผ่าน apostille Chain ครบ 3 ขั้น (อำเภอ → MFA → สถานกงสุล) เราดูแลครบทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคี certificate authentication หรือไม่
สาเหตุที่สถานทูตปฏิเสธหรือคืนเอกสาร
ภาษาที่ต้องแปลก่อนยื่นสำนักงานกงสุลขึ้นกับประเทศปลายทาง สถานกงสุลประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ (สหรัฐ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, แคนาดา, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์) รับคำแปลภาษาอังกฤษ สถานทูตประเทศอื่นรับคำแปลภาษาประจำชาติเป็นหลัก เช่น เยอรมนีต้องแปลเยอรมัน ฝรั่งเศสต้องแปลฝรั่งเศส จีนต้องแปลจีน ฯลฯ ทีมงานทำงานร่วมกับนักแปล MFA ที่ขึ้นทะเบียนในทุกภาษาหลัก Workflow มาตรฐานของ Hub: ลูกค้าส่งเอกสารต้นฉบับ ทีมงานจัดเตรียมคำแปล รับรองนักแปลที่ MFA จองคิวคณะผู้แทนทางการทูตปลายทาง ยื่น ติดตาม รับคืน และจัดส่งทั่วโลก เราทำหลายสถานกงสุลคู่ขนานในกรณีเอกสารชุดเดียวกันต้องใช้ในหลายประเทศ
การจัดส่งเอกสารกลับลูกค้าและส่งต่างประเทศ
เวลาทำการสถานกงสุลส่วนใหญ่อยู่ที่ จันทร์–ศุกร์ 09.00–12.00 น. (เช้า) สำหรับยื่นเอกสาร และ 14.00–16.00 น. (บ่าย) สำหรับรับคืน บางสำนักงานกงสุลเปิดเฉพาะวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ปิดวันหยุดราชการของไทยและของประเทศต้นทาง รวมถึงวันหยุดทางศาสนาที่ระบุไว้ในเว็บไซต์สถานทูต ภาพรวม 80 คณะผู้แทนทางการทูตในกรุงเทพมหานคร: เราจัดกลุ่มตามภูมิภาคเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย โอเชียเนีย (ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์), อเมริกาเหนือ (สหรัฐ, แคนาดา, เม็กซิโก), อเมริกาใต้ (บราซิล, อาร์เจนตินา, ชิลี, เปรู), ยุโรป (สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ), เอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ฯลฯ), ตะวันออกกลาง (UAE, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต ฯลฯ) และแอฟริกา (อียิปต์, แอฟริกาใต้, ไนจีเรีย ฯลฯ)
ความแตกต่างระหว่าง Apostille และระบบ Legalization Chain ของไทย
การมอบอำนาจให้ทีมงานยื่นแทน ใช้หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ บางสถานกงสุล (เช่น สหรัฐ, อังกฤษ) อาจกำหนดให้เจ้าของเอกสารมาเซ็นต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุล ทีมงานจะแจ้งล่วงหน้าและจัดเตรียมการนัดหมายให้ครบถ้วน เปรียบเทียบ Apostille vs Legalization Chain ระดับ Hub: ประเทศที่เป็นภาคี Hague certificate authentication Convention 1961 ใช้ระบบ Apostille ที่จบในขั้นตอนเดียว แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยทุกฉบับต้องผ่าน Legalization Chain ครบ 3 ขั้น (อำเภอ → MFA → สถานกงสุล) เราดูแลครบทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคี authentication หรือไม่
เคสตัวอย่างที่ทีมงานเคยรับทำสำเร็จ
สาเหตุหลักที่สำนักงานกงสุลปฏิเสธหรือคืนเอกสาร ได้แก่ เอกสารยังไม่ผ่านการรับรอง MFA, คำแปลไม่ตรงต้นฉบับหรือใช้นักแปลที่ไม่ได้รับการรับรอง, ข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกับเอกสารประกอบ (เช่น ชื่อ-สกุล), เอกสารถูกแก้ไขหรือมีรอยขูดลบ, จองคิวผิดประเภท หรือเตรียมค่าธรรมเนียมไม่ถูกต้อง ทีมงาน Pre-check ทุกฉบับก่อนยื่นเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ทั้งหมด Workflow มาตรฐานของ Hub: ลูกค้าส่งเอกสารต้นฉบับ ทีมงานจัดเตรียมคำแปล ออกหนังสือรับรองนักแปลที่ MFA จองคิวสถานกงสุลปลายทาง ยื่น ติดตาม รับคืน และจัดส่งทั่วโลก เราทำหลายสถานทูตคู่ขนานในกรณีเอกสารชุดเดียวกันต้องใช้ในหลายประเทศ
ข้อควรระวังเรื่องวันหมดอายุของเอกสารหลังรับรองสถานทูต
หลังรับเอกสารคืนจากคณะผู้แทนทางการทูต ทีมงานจัดส่งให้ลูกค้าทาง EMS, Kerry, Lalamove ในประเทศ (1–2 วัน) หรือ DHL Express, FedEx International Priority ไปยังประเทศปลายทาง (3–7 วันทำการ) พร้อม Tracking Number ที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา ค่าจัดส่งระหว่างประเทศเริ่มต้น 1,800 บาทสำหรับประเทศใกล้ และ 2,500–3,500 บาทสำหรับประเทศไกล ภาพรวม 80 สำนักงานกงสุลในกรุงเทพมหานคร: เราจัดกลุ่มตามภูมิภาคเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย โอเชียเนีย (ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์), อเมริกาเหนือ (สหรัฐ, แคนาดา, เม็กซิโก), อเมริกาใต้ (บราซิล, อาร์เจนตินา, ชิลี, เปรู), ยุโรป (สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ), เอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ฯลฯ), ตะวันออกกลาง (UAE, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต ฯลฯ) และแอฟริกา (อียิปต์, แอฟริกาใต้, ไนจีเรีย ฯลฯ)
ลำดับการรับรองที่ถูกต้อง: ทนายความ → MFA → สถานทูต
ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคี Hague Apostille Convention 1961 จึงไม่สามารถใช้ระบบ document attestation ได้โดยตรง ต้องใช้ระบบ Legalization Chain (อำเภอ → MFA → สำนักงานกงสุล) แทน อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ทางกฎหมายเทียบเท่ากัน เพียงแต่ใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย เอกสารที่ผ่านการรับรองครบทั้ง 3 ชั้นจะมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับเอกสาร Apostille เปรียบเทียบ document attestation vs Legalization Chain ระดับ Hub: ประเทศที่เป็นภาคี Hague Apostille Convention 1961 ใช้ระบบ record attestation ที่จบในขั้นตอนเดียว แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยทุกฉบับต้องผ่าน apostille Chain ครบ 3 ขั้น (อำเภอ → MFA → คณะผู้แทนทางการทูต) เราดูแลครบทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคี Apostille หรือไม่
ค่าธรรมเนียมและเวลาของแต่ละสถานทูตในประเทศไทย
เคสตัวอย่างที่ทีมงานทำสำเร็จ ได้แก่ การรับรองทะเบียนสมรสไทยเพื่อยื่น Spouse Visa ที่สำนักงานกงสุลอังกฤษ การรับรองสูติบัตรเพื่อขอ Citizenship ที่คณะผู้แทนทางการทูตสหรัฐ (K-3, IR-1) การประทับรับรอง Single Status เพื่อจดทะเบียนสมรสที่สถานทูตเยอรมนี การรับรอง Diploma เพื่อสมัครงานที่สถานกงสุลญี่ปุ่น (HSP) การรับรอง Affidavit เพื่อจดทะเบียนบริษัทที่สำนักงานกงสุล UAE และอีกกว่าพันเคสต่อปี Workflow มาตรฐานของ Hub: ลูกค้าส่งเอกสารต้นฉบับ ทีมงานจัดเตรียมคำแปล ยืนยันความถูกต้องนักแปลที่ MFA จองคิวสถานทูตปลายทาง ยื่น ติดตาม รับคืน และจัดส่งทั่วโลก เราทำหลายคณะผู้แทนทางการทูตคู่ขนานในกรณีเอกสารชุดเดียวกันต้องใช้ในหลายประเทศ
การจัดการเอกสารที่ต้องรับรองหลายชุดพร้อมกัน
เอกสารที่ผ่านการรับรองสำนักงานกงสุลแล้วโดยทั่วไปมีอายุ 3–6 เดือนนับจากวันที่ออกใบรับรอง ขึ้นกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง เอกสารบางประเภท (เช่น Single Status, Police Clearance) มีอายุการใช้งานเฉพาะ 3 เดือนเท่านั้น ลูกค้าควรนำไปใช้ภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการต้องทำเอกสารใหม่ ภาพรวม 80 สำนักงานกงสุลในกรุงเทพมหานคร: เราจัดกลุ่มตามภูมิภาคเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย โอเชียเนีย (ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์), อเมริกาเหนือ (สหรัฐ, แคนาดา, เม็กซิโก), อเมริกาใต้ (บราซิล, อาร์เจนตินา, ชิลี, เปรู), ยุโรป (สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ), เอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ฯลฯ), ตะวันออกกลาง (UAE, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต ฯลฯ) และแอฟริกา (อียิปต์, แอฟริกาใต้, ไนจีเรีย ฯลฯ)
ความแตกต่างระหว่าง Authentication, Legalization, Apostille
ลำดับที่ถูกต้องของการรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศคือ (1) ทนายความรับรอง Notarial Services Attorney (2) กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศยืนยันความถูกต้องนิติกรณ์ MFA (3) สถานกงสุลปลายทางในประเทศไทยรับรองอีกครั้ง การข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งจะทำให้เอกสารใช้ไม่ได้และต้องเริ่มใหม่ เสียเวลา 5-15 วันทำการ เปรียบเทียบ Apostille vs Legalization Chain ระดับ Hub: ประเทศที่เป็นภาคี Hague legalization Convention 1961 ใช้ระบบ Apostille ที่จบในขั้นตอนเดียว แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยทุกฉบับต้องผ่าน authentication Chain ครบ 3 ขั้น (อำเภอ → MFA → สำนักงานกงสุล) เราดูแลครบทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคี document attestation หรือไม่
การรับรองเอกสารบริษัท Affidavit Resolution Power of Attorney
ค่าธรรมเนียมแต่ละคณะผู้แทนทางการทูตแตกต่างกันมาก เช่น สถานกงสุลจีน 250 บาท/ฉบับ, สถานทูตเยอรมนี 1,200 บาท/ฉบับ, สำนักงานกงสุลสหรัฐฯ 2,500 บาท/ฉบับ ระยะเวลาดำเนินการ 1-10 วันทำการ บางสำนักงานกงสุลต้องนัดล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ บางสถานทูตให้ Walk-in ได้ ทีมเราอัปเดตข้อมูลรายเดือน Workflow มาตรฐานของ Hub: ลูกค้าส่งเอกสารต้นฉบับ ทีมงานจัดเตรียมคำแปล รับรองนักแปลที่ MFA จองคิวคณะผู้แทนทางการทูตปลายทาง ยื่น ติดตาม รับคืน และจัดส่งทั่วโลก เราทำหลายสถานกงสุลคู่ขนานในกรณีเอกสารชุดเดียวกันต้องใช้ในหลายประเทศ
การรับรองเอกสารการศึกษา Diploma Transcript Degree
การรับรองหลายชุดพร้อมกัน (Bulk Legalization) สำหรับเอกสาร 10+ ฉบับ มีส่วนลด 10-15% และเร็วขึ้น 30% เนื่องจากทีมเราจัดส่ง MFA และสำนักงานกงสุลเป็นล็อต เหมาะกับบริษัทที่ส่งพนักงานไปต่างประเทศหลายคน หรือลูกค้าที่ขอวีซ่าครอบครัวพร้อมกัน ภาพรวม 80 สำนักงานกงสุลในกรุงเทพมหานคร: เราจัดกลุ่มตามภูมิภาคเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย โอเชียเนีย (ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์), อเมริกาเหนือ (สหรัฐ, แคนาดา, เม็กซิโก), อเมริกาใต้ (บราซิล, อาร์เจนตินา, ชิลี, เปรู), ยุโรป (สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ), เอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ฯลฯ), ตะวันออกกลาง (UAE, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต ฯลฯ) และแอฟริกา (อียิปต์, แอฟริกาใต้, ไนจีเรีย ฯลฯ)
ขั้นตอนการรับรองเอกสารที่สถานทูตอย่างละเอียด
Authentication คือการรับรองความถูกต้องของลายเซ็นและตราประทับ Legalization คือกระบวนการเต็มรูปแบบรวมการรับรองหลายขั้นตอน Apostille คือใบยืนยันความถูกต้องมาตรฐานเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศสมาชิก Hague Convention 1961 ไทยยังไม่ได้เข้าร่วม จึงต้องใช้ Legalization Chain แบบดั้งเดิม เปรียบเทียบ document attestation vs apostille Chain ระดับ Hub: ประเทศที่เป็นภาคี Hague Apostille Convention 1961 ใช้ระบบ legalization ที่จบในขั้นตอนเดียว แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยทุกฉบับต้องผ่าน Legalization Chain ครบ 3 ขั้น (อำเภอ → MFA → คณะผู้แทนทางการทูต) เราดูแลครบทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคี Apostille หรือไม่
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นสถานทูต
เอกสารบริษัทที่นิยมรับรอง ได้แก่ Affidavit (คำให้การที่สาบานต่อ Notary) Resolution (มติคณะกรรมการ) Power of Attorney (หนังสือมอบอำนาจ) Certificate of Incumbency (หนังสือรับรองตำแหน่ง) Memorandum of Association (หนังสือบริคณห์สนธิ) ทั้งหมดต้องผ่านทนาย Notary ก่อน MFA และสถานกงสุล Workflow มาตรฐานของ Hub: ลูกค้าส่งเอกสารต้นฉบับ ทีมงานจัดเตรียมคำแปล ยืนยันความถูกต้องนักแปลที่ MFA จองคิวสถานกงสุลปลายทาง ยื่น ติดตาม รับคืน และจัดส่งทั่วโลก เราทำหลายสถานทูตคู่ขนานในกรณีเอกสารชุดเดียวกันต้องใช้ในหลายประเทศ
ค่าธรรมเนียมสถานทูตและค่าบริการของทีม
เอกสารการศึกษา (Diploma, Transcript, Degree) ที่ต้องใช้ต่างประเทศ ต้องผ่าน (1) สถาบันการศึกษาออกใบรับรองตัวจริง (2) กระทรวงศึกษาธิการรับรอง (สำหรับสถาบันเอกชนบางแห่ง) (3) MFA ประทับรับรอง (4) คณะผู้แทนทางการทูตปลายทางรับรอง สำหรับการศึกษาต่อ ทำงาน หรือใบประกอบวิชาชีพในต่างประเทศ ภาพรวม 80 สถานกงสุลในกรุงเทพมหานคร: เราจัดกลุ่มตามภูมิภาคเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ง่าย โอเชียเนีย (ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์), อเมริกาเหนือ (สหรัฐ, แคนาดา, เม็กซิโก), อเมริกาใต้ (บราซิล, อาร์เจนตินา, ชิลี, เปรู), ยุโรป (สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ), เอเชีย (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ฯลฯ), ตะวันออกกลาง (UAE, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต ฯลฯ) และแอฟริกา (อียิปต์, แอฟริกาใต้, ไนจีเรีย ฯลฯ)