เอกสารไทยที่ต้องใช้ในประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ควรเดินเส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน
อ่าน 7 นาที · ปรับปรุง 2026-08-11

สรุปสั้น
ประเทศไทยจะเริ่มใช้ Apostille ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ระหว่างนี้เอกสารยังต้องเดินสายรับรองแบบเดิม การวางแผนล่วงหน้าจึงสำคัญ
สถานการณ์
ผู้ใช้บริการเห็นข่าวว่าประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศ จึงต้องการรอใช้ Apostille แทนการเดินสายรับรองแบบเดิม เพราะเข้าใจว่าจะเร็วกว่าและถูกกว่า
ทำไมแฟ้มจึงติดขัด
อนุสัญญาจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลและการรับรองของสถานทูตประเทศปลายทางตามเดิม การรอโดยไม่ประเมินกำหนดการใช้งานจริงจึงเสี่ยงต่อการพลาดกำหนดยื่น
รายการเอกสารในแฟ้ม
- เอกสารต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส
- คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทาง พร้อมใบรับรองคำแปล
- หลักฐานกำหนดวันที่ต้องใช้เอกสาร เช่น กำหนดยื่นวีซ่าหรือกำหนดลงนามสัญญา
ลำดับการดำเนินงาน
1. กำหนดวันใช้งานจริงก่อนเลือกเส้นทาง
ถ้าต้องใช้เอกสารก่อนวันที่อนุสัญญามีผล ให้เดินเส้นทางรับรองแบบเดิมทันที การรอ Apostille ในกรณีนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ประหยัดเวลา
2. ตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีหรือไม่
Apostille ใช้ได้เฉพาะระหว่างประเทศภาคีด้วยกัน หากปลายทางไม่ได้เป็นภาคี เอกสารยังต้องเดินสายรับรองผ่านสถานทูตของประเทศนั้นอยู่ดี
3. จัดทำคำแปลให้ตรงเกณฑ์ปลายทาง
ไม่ว่าจะเดินเส้นทางใด คำแปลยังเป็นเงื่อนไขหลัก และหลายหน่วยงานกำหนดว่าต้องแปลหลังเอกสารมีตรารับรองครบแล้ว
4. วางแผนเอกสารชุดที่จะใช้ซ้ำในอนาคต
หากคาดว่าจะต้องใช้เอกสารเดิมอีกภายหลัง ควรคัดสำเนาเพิ่มและวางแผนว่าจะรับรองรอบใหม่เมื่อใด เพื่อลดการเดินเรื่องซ้ำ
ข้อควรระวัง
- รอ Apostille ทั้งที่ต้องใช้เอกสารก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับประเทศไทย
- เข้าใจว่า Apostille ใช้ได้กับทุกประเทศ ทั้งที่ใช้ได้เฉพาะระหว่างประเทศภาคี
- คิดว่า Apostille ทำให้ไม่ต้องแปลเอกสาร ทั้งที่คำแปลยังเป็นเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทาง
- คัดเอกสารไว้ล่วงหน้านานเกินไปจนเกินกรอบความสดที่ปลายทางกำหนด
มุมมองของที่ปรึกษา
คำแนะนำของเราไม่ใช่ให้รอหรือไม่รอ แต่คือเริ่มจากวันที่ต้องใช้เอกสารจริง แล้วนับถอยหลัง หากกำหนดใช้อยู่ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้เดินเส้นทางเดิมทันที หากอยู่หลังจากนั้นและปลายทางเป็นประเทศภาคี จึงค่อยพิจารณาเส้นทาง Apostille
ผลของแฟ้ม
ผู้ใช้บริการได้แผนที่ระบุชัดว่าเอกสารชุดใดต้องเดินทันที และชุดใดรอได้ พร้อมกรอบเวลาที่สอดคล้องกับกำหนดยื่นจริง
คำถามที่พบบ่อย
ประเทศไทยเริ่มใช้ Apostille เมื่อใด
อนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นเอกสารยังต้องเดินสายรับรองแบบเดิม
เมื่อใช้ Apostille แล้วยังต้องแปลเอกสารหรือไม่
โดยทั่วไปยังต้องแปล เพราะ Apostille รับรองที่มาของเอกสาร ไม่ได้แทนคำแปล หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่ยังกำหนดคำแปลตามเกณฑ์ของตน
เอกสารที่รับรองแบบเดิมไว้แล้วจะใช้ไม่ได้หรือไม่
เอกสารที่รับรองตามเส้นทางเดิมยังคงใช้ได้ตามเงื่อนไขของหน่วยงานที่รับเรื่อง การเปลี่ยนผ่านไม่ได้ทำให้เอกสารเดิมเสียไปโดยอัตโนมัติ
เคสนี้เป็นแฟ้มลูกความจริงหรือไม่
ไม่ใช่ครับ ทุกเคสในหน้านี้เขียนขึ้นจากรูปแบบงานที่พบซ้ำในทางปฏิบัติ โดยตัดข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออกทั้งหมด เผยแพร่เพื่อให้เห็นลำดับการทำงานของแฟ้มเอกสารข้ามประเทศ ไม่ใช่การรับประกันว่าเคสของคุณจะได้ผลเหมือนกัน เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนตามหน่วยงานปลายทาง ประเภทเอกสาร และประเทศที่ยื่น
ถ้าไม่อยากเดินเรื่องเอง ให้ทีมงานทำให้ทั้งหมดได้ไหม
ได้ครับ และเป็นสิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือก ส่งรูปเอกสารที่มีอยู่ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานที่จะยื่น มาที่ LINE @Thainotary หรือโทร 094-895-8999 เราจะตรวจเส้นทางเอกสารให้ก่อนว่าต้องเดินลำดับใด ขาดอะไร แล้วจึงรับดำเนินการรับรอง แปล และยื่นให้ครบทั้งสายในรอบเดียว
ไม่อยากยุ่งยาก ให้เราดูแลให้ทั้งหมด
ทีมงานตรวจเส้นทางเอกสารให้ก่อนเริ่มงาน ประสานหน่วยงานแทน และรายงานความคืบหน้าทุกขั้น โทร 094-895-8999 หรือทัก LINE @Thainotary
