บริการรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยสำหรับลูกค้าในเกษรวิลเลจ
ลูกค้าในพื้นที่เกษรวิลเลจสามารถใช้บริการรับรองเอกสารที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยกับเราได้ทั้งแบบเดินทางมาที่สำนักงาน หรือใช้บริการรับ-ส่งเอกสารผ่าน Grab/Lalamove/Kerry ทีมงานเดินทางไปยื่นที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยทุกวันที่คณะผู้แทนทางการทูตเปิดทำการ ลูกค้าในเกษรวิลเลจส่งเอกสารต้นฉบับมาในตอนเช้า ทีมงานยื่นในวันเดียวกันได้ทันที จากนั้นรอตามรอบของสถานกงสุล (7–14 วันทำการ) แล้วส่ง DHL/FedEx ออกไปประเทศปลายทางได้ทันทีหลังรับเอกสารคืน เราเข้าใจรูปแบบลูกค้าในพื้นที่เกษรวิลเลจเป็นอย่างดี ทีมงานสามารถนัดเซ็นเอกสาร On-site ได้ในกรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทาง รวมถึงบริการ Notary Public, การแปลรับรอง MFA, และการเดินเอกสารที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ ครบทุกขั้นตอนของ Legalization Chain
ค่าธรรมเนียมและเวลาของแต่ละสถานทูตในประเทศไทย
ลำดับที่ถูกต้องของการรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศคือ (1) ทนายความรับรอง Notarial Services Attorney (2) กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศประทับออกหนังสือรับรองนิติกรณ์ MFA (3) สำนักงานกงสุลปลายทางในประเทศไทยรับรองอีกครั้ง การข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งจะทำให้เอกสารใช้ไม่ได้และต้องเริ่มใหม่ เสียเวลา 5-15 วันทำการ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยตั้งอยู่ที่ 95 ถ.วิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ลูกค้าที่ต้องการรับรองเอกสารใช้ในสหรัฐอเมริกาควรเตรียมเอกสารต้นฉบับ คำแปลภาษาEnglish และหนังสือมอบอำนาจให้พร้อมก่อนเดินทางมาสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
รายละเอียดเฉพาะของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ 95 ถ.วิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 รับยื่นเอกสารสำหรับการรับรอง (Legalization / Authentication / Notarial Service) สำหรับวัตถุประสงค์ที่นิยม ได้แก่ K-1 Fiancé, K-3 Spouse, I-130, I-129F, Affidavit of Support I-864 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นไปตามประกาศของคณะผู้แทนทางการทูต ภาษาคำแปลที่สถานกงสุลยอมรับ: English. ต้องจองคิวออนไลน์ล่วงหน้า. สหรัฐอเมริกาเป็นสมาชิก Hague Apostille Convention 1961 และอนุสัญญาจะมีผลกับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2570 ก่อนวันนั้นเอกสารไทยยังต้องผ่านระบบ Legalization Chain เคสที่ทีมงานทำบ่อยที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้แก่ K-1 Fiancé, K-3 Spouse, I-130, I-129F, Affidavit of Support I-864 ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ต้องการขยายธุรกิจไปสหรัฐอเมริกา
การจัดการเอกสารที่ต้องรับรองหลายชุดพร้อมกัน
ค่าธรรมเนียมแต่ละคณะผู้แทนทางการทูตแตกต่างกันมาก เช่น สำนักงานกงสุลจีน 250 บาท/ฉบับ, สถานกงสุลเยอรมนี 1,200 บาท/ฉบับ, สำนักงานกงสุลสหรัฐฯ 2,500 บาท/ฉบับ ระยะเวลาดำเนินการ 1-10 วันทำการ บางสำนักงานกงสุลต้องนัดล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ บางคณะผู้แทนทางการทูตให้ Walk-in ได้ ทีมเราอัปเดตข้อมูลรายเดือน กรณีเร่งด่วน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอาจอนุญาตให้ใช้ช่องทาง Same-day ได้ในบางวัตถุประสงค์ เช่น K-1 Fiancé, K-3 Spouse, I-130, I-129F, Affidavit of Support I-864 โดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ทีมงานประสานงานล่วงหน้ากับฝ่ายกงสุลเพื่อขอคิวเร่งด่วนให้ลูกค้า
ความแตกต่างระหว่าง Authentication, Legalization, Apostille
การรับรองหลายชุดพร้อมกัน (Bulk Legalization) สำหรับเอกสาร 10+ ฉบับ มีส่วนลด 10-15% และเร็วขึ้น 30% เนื่องจากทีมเราจัดส่ง MFA และคณะผู้แทนทางการทูตเป็นล็อต เหมาะกับบริษัทที่ส่งพนักงานไปต่างประเทศหลายคน หรือลูกค้าที่ขอวีซ่าครอบครัวพร้อมกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยให้คำแนะนำเป็นภาษาEnglishเป็นหลัก เอกสารทุกฉบับที่เกี่ยวกับสหรัฐอเมริกาต้องผ่านการตรวจสอบรูปแบบลายเซ็น ตราประทับ และโครงสร้างใบรับรองก่อนรับยื่น
การรับรองเอกสารบริษัท Affidavit Resolution Power of Attorney
Authentication คือการรับรองความถูกต้องของลายเซ็นและตราประทับ Legalization คือกระบวนการเต็มรูปแบบรวมการรับรองหลายขั้นตอน Apostille คือใบประทับยืนยันความถูกต้องมาตรฐานเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศสมาชิก Hague Convention 1961 ไทยยังไม่ได้เข้าร่วม จึงต้องใช้ Legalization Chain แบบดั้งเดิม ทีมงานติดตามนโยบายของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ภูมิภาคamericasมีกฎระเบียบเฉพาะที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะเรื่องการรับรองเอกสารK-1 Fiancé, K-3 Spouse, I-130, I-129F, Affidavit of Support I-864
การรับรองเอกสารการศึกษา Diploma Transcript Degree
เอกสารบริษัทที่นิยมรับรอง ได้แก่ Affidavit (คำให้การที่สาบานต่อ Notary) Resolution (มติคณะกรรมการ) Power of Attorney (หนังสือมอบอำนาจ) Certificate of Incumbency (หนังสือรับรองตำแหน่ง) Memorandum of Association (หนังสือบริคณห์สนธิ) ทั้งหมดต้องผ่านทนาย Notary ก่อน MFA และสถานกงสุล ค่าธรรมเนียมของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยและวิธีชำระเป็นไปตามประกาศของสำนักงานกงสุล ณ วันยื่น ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคณะผู้แทนทางการทูต
ขั้นตอนการรับรองเอกสารที่สถานทูตอย่างละเอียด
เอกสารการศึกษา (Diploma, Transcript, Degree) ที่ต้องใช้ต่างประเทศ ต้องผ่าน (1) สถาบันการศึกษาออกใบรับรองตัวจริง (2) กระทรวงศึกษาธิการรับรอง (สำหรับสถาบันเอกชนบางแห่ง) (3) MFA ออกหนังสือออกหนังสือรับรอง (4) สำนักงานกงสุลปลายทางรับรอง สำหรับการศึกษาต่อ ทำงาน หรือใบประกอบวิชาชีพในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยตั้งอยู่ที่ 95 ถ.วิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ลูกค้าที่ต้องการรับรองเอกสารใช้ในสหรัฐอเมริกาควรเตรียมเอกสารต้นฉบับ คำแปลภาษาEnglish และหนังสือมอบอำนาจให้พร้อมก่อนเดินทางมาสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นสถานทูต
ขั้นตอนการรับรองเอกสารที่สถานกงสุลในประเทศไทยประกอบด้วย (1) เอกสารต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด (อำเภอ, มหาวิทยาลัย, DBD, ศาล) (2) แปลภาษาเป็นภาษาที่สำนักงานกงสุลยอมรับ (3) นำผ่านการยืนยันความถูกต้องนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (4) จองคิวออนไลน์ของสถานกงสุล (5) ยื่นเอกสารพร้อมค่าธรรมเนียมที่คณะผู้แทนทางการทูต (6) รอผลตามระยะเวลาของแต่ละคณะผู้แทนทางการทูต (5–20 วันทำการ) (7) รับเอกสารคืนพร้อมตราประทับและลายเซ็นของกงสุลฝ่ายคณะผู้แทนทางการทูต กรณีเร่งด่วน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอาจอนุญาตให้ใช้ช่องทาง Same-day ได้ในบางวัตถุประสงค์ เช่น K-1 Fiancé, K-3 Spouse, I-130, I-129F, Affidavit of Support I-864 โดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ทีมงานประสานงานล่วงหน้ากับฝ่ายกงสุลเพื่อขอคิวเร่งด่วนให้ลูกค้า
ค่าธรรมเนียมสถานทูตและค่าบริการของทีม
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่นคณะผู้แทนทางการทูต ได้แก่ เอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรอง MFA แล้ว คำแปลภาษาที่สำนักงานกงสุลยอมรับพร้อมใบรับรองคำแปลจากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน บัตรประชาชน/พาสปอร์ตตัวจริงและสำเนา หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท ใบนัดหมายที่จองออนไลน์ และค่าธรรมเนียมสถานกงสุลเป็นเงินสดหรือเช็คตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยให้คำแนะนำเป็นภาษาEnglishเป็นหลัก เอกสารทุกฉบับที่เกี่ยวกับสหรัฐอเมริกาต้องผ่านการตรวจสอบรูปแบบลายเซ็น ตราประทับ และโครงสร้างใบยืนยันความถูกต้องก่อนรับยื่น
ความแตกต่างระหว่าง MFA Nitikorn และ Embassy Legalization
ค่าธรรมเนียมสำนักงานกงสุลแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ (สถานกงสุลในภูมิภาคอาเซียน) ไปจนถึง สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ (สถานกงสุลประเทศตะวันตกบางประเทศ) ค่าบริการของทีมงานเรารวมการเดินเอกสารตั้งแต่อำเภอ → MFA → สถานกงสุล พร้อมจองคิว ยื่น ติดตาม รับคืน และส่ง DHL/FedEx ออกต่างประเทศ สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ สำหรับเอกสารส่วนตัว 1 ฉบับ ทีมงานติดตามนโยบายของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ภูมิภาคamericasมีกฎระเบียบเฉพาะที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะเรื่องการรับรองเอกสารK-1 Fiancé, K-3 Spouse, I-130, I-129F, Affidavit of Support I-864
การจองคิวนัดหมายออนไลน์ของสถานทูต
MFA Nitikorn คือการที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย รับรองตราและลายเซ็นของหน่วยงานต้นสังกัด ส่วน diplomatic mission Legalization คือการที่สำนักงานกงสุลของประเทศปลายทางรับรองตราและลายเซ็นของกรมการกงสุล (MFA) อีกชั้นหนึ่ง สองขั้นตอนนี้ต่างกันแต่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องกัน เอกสารจึงจะใช้ได้จริงในต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยและวิธีชำระเป็นไปตามประกาศของคณะผู้แทนทางการทูต ณ วันยื่น ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับสถานกงสุล
การแปลภาษาที่สถานทูตยอมรับ
คณะผู้แทนทางการทูตส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ เปิดให้จองคิวออนไลน์ผ่านระบบของแต่ละคณะผู้แทนทางการทูต โดยทั่วไปต้องจองล่วงหน้า 1–4 สัปดาห์ สำนักงานกงสุลประเทศตะวันตก (สหรัฐ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, แคนาดา, เยอรมนี, ฝรั่งเศส) มีระบบ Online Appointment เคร่งครัด สถานกงสุลในภูมิภาคอาเซียนส่วนใหญ่รับ Walk-in ได้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยตั้งอยู่ที่ 95 ถ.วิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ลูกค้าที่ต้องการรับรองเอกสารใช้ในสหรัฐอเมริกาควรเตรียมเอกสารต้นฉบับ คำแปลภาษาEnglish และหนังสือมอบอำนาจให้พร้อมก่อนเดินทางมาสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
เวลาทำการสถานทูตและช่องทางการติดต่อ
ภาษาที่ต้องแปลก่อนยื่นสถานกงสุลขึ้นกับประเทศปลายทาง สำนักงานกงสุลประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ (สหรัฐ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, แคนาดา, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์) รับคำแปลภาษาอังกฤษ สถานกงสุลประเทศอื่นรับคำแปลภาษาประจำชาติเป็นหลัก เช่น เยอรมนีต้องแปลเยอรมัน ฝรั่งเศสต้องแปลฝรั่งเศส จีนต้องแปลจีน ฯลฯ ทีมงานทำงานร่วมกับนักแปล MFA ที่ขึ้นทะเบียนในทุกภาษาหลัก กรณีเร่งด่วน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอาจอนุญาตให้ใช้ช่องทาง Same-day ได้ในบางวัตถุประสงค์ เช่น K-1 Fiancé, K-3 Spouse, I-130, I-129F, Affidavit of Support I-864 โดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ทีมงานประสานงานล่วงหน้ากับฝ่ายกงสุลเพื่อขอคิวเร่งด่วนให้ลูกค้า
การมอบอำนาจให้ทีมงานยื่นแทน
เวลาทำการคณะผู้แทนทางการทูตส่วนใหญ่อยู่ที่ จันทร์–ศุกร์ 09.00–12.00 น. (เช้า) สำหรับยื่นเอกสาร และ 14.00–16.00 น. (บ่าย) สำหรับรับคืน บางสถานกงสุลเปิดเฉพาะวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ปิดวันหยุดราชการของไทยและของประเทศต้นทาง รวมถึงวันหยุดทางศาสนาที่ระบุไว้ในเว็บไซต์คณะผู้แทนทางการทูต เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยให้คำแนะนำเป็นภาษาEnglishเป็นหลัก เอกสารทุกฉบับที่เกี่ยวกับสหรัฐอเมริกาต้องผ่านการตรวจสอบรูปแบบลายเซ็น ตราประทับ และโครงสร้างใบรับรองก่อนรับยื่น
สาเหตุที่สถานทูตปฏิเสธหรือคืนเอกสาร
การมอบอำนาจให้ทีมงานยื่นแทน ใช้หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบ บางคณะผู้แทนทางการทูต (เช่น สหรัฐ, อังกฤษ) อาจกำหนดให้เจ้าของเอกสารมาเซ็นต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุล ทีมงานจะแจ้งล่วงหน้าและจัดเตรียมการนัดหมายให้ครบถ้วน ทีมงานติดตามนโยบายของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ภูมิภาคamericasมีกฎระเบียบเฉพาะที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะเรื่องการรับรองเอกสารK-1 Fiancé, K-3 Spouse, I-130, I-129F, Affidavit of Support I-864
การจัดส่งเอกสารกลับลูกค้าและส่งต่างประเทศ
สาเหตุหลักที่สถานกงสุลปฏิเสธหรือคืนเอกสาร ได้แก่ เอกสารยังไม่ผ่านการรับรอง MFA, คำแปลไม่ตรงต้นฉบับหรือใช้นักแปลที่ไม่ได้รับการรับรอง, ข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกับเอกสารประกอบ (เช่น ชื่อ-สกุล), เอกสารถูกแก้ไขหรือมีรอยขูดลบ, จองคิวผิดประเภท หรือเตรียมค่าธรรมเนียมไม่ถูกต้อง ทีมงาน Pre-check ทุกฉบับก่อนยื่นเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ทั้งหมด ค่าธรรมเนียมของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยและวิธีชำระเป็นไปตามประกาศของสำนักงานกงสุล ณ วันยื่น ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับสถานกงสุล
ความแตกต่างระหว่าง Apostille และระบบ Legalization Chain ของไทย
หลังรับเอกสารคืนจากสถานกงสุล ทีมงานจัดส่งให้ลูกค้าทาง EMS, Kerry, Lalamove ในประเทศ (1–2 วัน) หรือ DHL Express, FedEx International Priority ไปยังประเทศปลายทาง (3–7 วันทำการ) พร้อม Tracking Number ที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา ค่าจัดส่งระหว่างประเทศสอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่สำหรับประเทศใกล้สำหรับประเทศไกล สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยตั้งอยู่ที่ 95 ถ.วิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ลูกค้าที่ต้องการรับรองเอกสารใช้ในสหรัฐอเมริกาควรเตรียมเอกสารต้นฉบับ คำแปลภาษาEnglish และหนังสือมอบอำนาจให้พร้อมก่อนเดินทางมาสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
เคสตัวอย่างที่ทีมงานเคยรับทำสำเร็จ
ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคี Hague Apostille Convention 1961 จึงไม่สามารถใช้ระบบ document attestation ได้โดยตรง ต้องใช้ระบบ Legalization Chain (อำเภอ → MFA → สถานกงสุล) แทน อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ทางกฎหมายเทียบเท่ากัน เพียงแต่ใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย เอกสารที่ผ่านการรับรองครบทั้ง 3 ชั้นจะมีผลทางกฎหมายเทียบเท่ากับเอกสาร certificate authentication กรณีเร่งด่วน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอาจอนุญาตให้ใช้ช่องทาง Same-day ได้ในบางวัตถุประสงค์ เช่น K-1 Fiancé, K-3 Spouse, I-130, I-129F, Affidavit of Support I-864 โดยมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ทีมงานประสานงานล่วงหน้ากับฝ่ายกงสุลเพื่อขอคิวเร่งด่วนให้ลูกค้า
ข้อควรระวังเรื่องวันหมดอายุของเอกสารหลังรับรองสถานทูต
เคสตัวอย่างที่ทีมงานทำสำเร็จ ได้แก่ การรับรองทะเบียนสมรสไทยเพื่อยื่น Spouse Visa ที่สถานกงสุลอังกฤษ การรับรองสูติบัตรเพื่อขอ Citizenship ที่คณะผู้แทนทางการทูตสหรัฐ (K-3, IR-1) การประทับประทับรับรอง Single Status เพื่อจดทะเบียนสมรสที่คณะผู้แทนทางการทูตเยอรมนี การรับรอง Diploma เพื่อสมัครงานที่คณะผู้แทนทางการทูตญี่ปุ่น (HSP) การรับรอง Affidavit เพื่อจดทะเบียนบริษัทที่คณะผู้แทนทางการทูต UAE และอีกกว่าพันเคสต่อปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยให้คำแนะนำเป็นภาษาEnglishเป็นหลัก เอกสารทุกฉบับที่เกี่ยวกับสหรัฐอเมริกาต้องผ่านการตรวจสอบรูปแบบลายเซ็น ตราประทับ และโครงสร้างใบออกหนังสือออกหนังสือรับรองก่อนรับยื่น
ลำดับการรับรองที่ถูกต้อง: ทนายความ → MFA → สถานทูต
เอกสารที่ผ่านการรับรองสำนักงานกงสุลแล้วโดยทั่วไปมีอายุ 3–6 เดือนนับจากวันที่ออกใบรับรอง ขึ้นกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง เอกสารบางประเภท (เช่น Single Status, Police Clearance) มีอายุการใช้งานเฉพาะ 3 เดือนเท่านั้น ลูกค้าควรนำไปใช้ภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการต้องทำเอกสารใหม่ ทีมงานติดตามนโยบายของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ภูมิภาคamericasมีกฎระเบียบเฉพาะที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะเรื่องการประทับประทับรับรองเอกสารK-1 Fiancé, K-3 Spouse, I-130, I-129F, Affidavit of Support I-864