Apostille vs MFA Legalization: เลือกแบบไหนสำหรับเอกสารของคุณ

ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (HCCH Apostille Convention) ทำให้เอกสารราชการไทยสามารถใช้ Apostille แทนการ legalization แบบเดิมในประเทศสมาชิก 130 ประเทศได้ทันที บทความนี้เปรียบเทียบสองวิธีตามหลักเกณฑ์ทางการของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้คุณเลือกแบบที่ถูกต้องและประหยัดที่สุด
ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | Apostille (ใหม่ ก.ค. 2568) | MFA Consular Legalization (แบบเดิม) |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมราชการ/ฉบับ | 400 บาท (ด่วน 800 บาท) | 200 บาท (ด่วน 400 บาท) |
| ระยะเวลา (ปกติ) | 2 วันทำการ | 2 วันทำการ |
| ขั้นตอนหลังกรมการกงสุล | ใช้งานได้ทันทีใน 130 ประเทศสมาชิก | ต้องนำไป legalize ที่สถานทูตปลายทางอีกครั้ง |
| ประเทศที่รองรับ | ภาคีอนุสัญญา 130 ประเทศ (US, UK, EU, JP, AU, KR, CN ฮ่องกง/มาเก๊า) | ทุกประเทศที่มีสถานทูตในไทย รวมประเทศนอกอนุสัญญา |
| หน่วยงานออก | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | กรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง |
| กฎหมายอ้างอิง | Hague Convention 1961 + ประกาศ ก.ต. 2568 | พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน + ระเบียบกรมการกงสุล |
| เหมาะสำหรับ | ใช้ใน US, UK, JP, AU, EU, KR ฯลฯ | ใช้ในประเทศนอกภาคี เช่น UAE, ซาอุฯ, เวียดนาม, มาเลเซีย |
เลือกอย่างไร
ตรวจสอบประเทศปลายทางก่อน — ถ้าอยู่ในรายชื่อ 130 ประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ให้ใช้ Apostille เพราะจบในขั้นตอนเดียวและประหยัดเวลา ถ้าประเทศปลายทางไม่ใช่ภาคี (เช่น UAE, ซาอุดีอาระเบีย, เวียดนาม, มาเลเซีย) ต้องใช้ Consular Legalization แบบเดิม คือกรมการกงสุลรับรอง แล้วนำไป legalize ที่สถานทูตปลายทางในประเทศไทย
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าเอกสารยังไม่มีตราของหน่วยงานราชการไทย ใช้ Apostille ได้ไหม?
ไม่ได้ ต้องให้หน่วยงานต้นเรื่อง (อำเภอ/กรม/มหาวิทยาลัย) รับรองสำเนาก่อน หรือให้ Notarial Services Attorney รับรองลายมือชื่อ จากนั้นจึงนำไปขอ Apostille ที่กรมการกงสุล
เอกสารแปลภาษาอังกฤษเอกชนใช้ Apostille ได้ไหม?
ใช้ได้ แต่ต้องให้ Notarial Services Attorney รับรองลายมือชื่อผู้แปลก่อน เพื่อให้กรมการกงสุลรับรองเป็นเอกสารทางการ จึงจะติด Apostille ได้
Apostille มีอายุการใช้งานนานเท่าไร?
อนุสัญญาไม่กำหนดอายุ แต่บางหน่วยงานปลายทาง (เช่น สำนักทะเบียนสมรสในต่างประเทศ) มักรับเอกสารที่ออกไม่เกิน 3-6 เดือน ตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ
