วุฒิการศึกษาจากต่างประเทศใช้ขอใบอนุญาตทำงานไม่ผ่าน เพราะขาดการตรวจสอบต้นทาง
อ่าน 7 นาที · ปรับปรุง 2026-08-11

สรุปสั้น
นายจ้างเตรียมเอกสารพนักงานต่างชาติครบ แต่ปริญญาบัตรยังไม่ผ่านการรับรองจากประเทศที่ออกเอกสาร ทำให้แฟ้มค้าง
สถานการณ์
บริษัทในไทยรับพนักงานต่างชาติเข้าทำงานในตำแหน่งวิศวกร และเตรียมเอกสารขอใบอนุญาตทำงาน โดยใช้สำเนาปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ที่พนักงานถือมาจากประเทศต้นทาง พร้อมคำแปลภาษาไทย
ทำไมแฟ้มจึงติดขัด
เจ้าหน้าที่ขอให้แสดงหลักฐานว่าเอกสารการศึกษาผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศที่ออกเอกสารก่อน คำแปลจึงจะถูกนำไปพิจารณาได้ ทำให้ต้องย้อนกลับไปดำเนินการที่ต้นทาง ซึ่งใช้เวลานานที่สุดในสายงานนี้
รายการเอกสารในแฟ้ม
- ปริญญาบัตรฉบับจริงและทรานสคริปต์
- หลักฐานการรับรองเอกสารจากหน่วยงานของประเทศต้นทาง
- คำแปลภาษาไทยพร้อมใบรับรองคำแปล
- หนังสือเดินทางและเอกสารการจ้างงานของนายจ้าง
ลำดับการดำเนินงาน
1. แยกงานที่ควบคุมเวลาได้ออกจากงานที่ควบคุมไม่ได้
ขั้นตอนที่ต้องทำในประเทศต้นทางคือคอขวดของแฟ้ม จึงต้องเริ่มก่อนเสมอ ส่วนคำแปลและเอกสารฝั่งนายจ้างจัดทำคู่ขนานได้
2. ยืนยันว่าเอกสารต้นทางต้องผ่านช่องทางใด
ประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกจะใช้ช่องทาง Apostille ส่วนประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีจะต้องเดินสายรับรองผ่านกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นและสถานทูตไทย
3. แปลหลังจากได้ตรารับรองครบแล้ว
ต้องแปลเมื่อเอกสารมีตรารับรองครบแล้วเท่านั้น เพราะตราและข้อความรับรองที่เพิ่มเข้ามาภายหลังจะต้องปรากฏในคำแปลด้วย มิฉะนั้นคำแปลจะไม่ครบถ้วน
4. รับรองคำแปลและจัดแฟ้มยื่น
จัดทำใบรับรองคำแปลและเรียงแฟ้มตามลำดับที่เจ้าหน้าที่ตรวจ เพื่อให้ตรวจได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องพลิกหาเอกสารประกอบ
ข้อควรระวัง
- แปลเอกสารก่อนได้ตรารับรอง ทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งฉบับ
- เข้าใจว่า Apostille ใช้ได้กับทุกประเทศ ทั้งที่ต้องดูสถานะภาคีของประเทศต้นทาง
- ใช้สำเนาที่ไม่ได้รับรอง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่รับพิจารณา
- เริ่มงานฝั่งไทยก่อน แล้วค่อยไปเริ่มงานต้นทาง ทำให้ไทม์ไลน์ยืดออกเป็นเท่าตัว
มุมมองของที่ปรึกษา
หัวใจของเคสนี้คือการเรียงลำดับ ไม่ใช่ความเร็ว งานที่อยู่ต่างประเทศต้องเริ่มก่อนวันแรก และงานแปลต้องอยู่ท้ายสุดของสายรับรองเสมอ เราจึงวางไทม์ไลน์ย้อนกลับจากวันที่ต้องยื่นจริง แล้วกำหนดว่าวันไหนต้องส่งเอกสารออกจากประเทศต้นทาง
ผลของแฟ้ม
แฟ้มถูกจัดลำดับใหม่โดยเริ่มจากงานต้นทางก่อน และคำแปลจัดทำหลังตรารับรองครบ ทำให้ยื่นได้โดยไม่ต้องแปลซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องแปลก่อนหรือรับรองก่อน
โดยหลักคือรับรองที่ต้นทางให้ครบก่อน แล้วจึงแปล เพราะตรารับรองที่เพิ่มเข้ามาต้องปรากฏในคำแปลด้วย การแปลก่อนมักทำให้ต้องแปลใหม่
ถ้าประเทศต้นทางไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ต้องทำอย่างไร
ต้องเดินสายรับรองแบบเดิม คือผ่านหน่วยงานของประเทศนั้น แล้วจึงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศดังกล่าว ก่อนนำมาใช้ในไทย
นายจ้างช่วยเร่งขั้นตอนได้ไหม
นายจ้างช่วยได้ในส่วนเอกสารฝั่งบริษัทและการนัดหมาย แต่คิวของหน่วยงานต่างประเทศเป็นตัวแปรที่เร่งไม่ได้ จึงต้องเริ่มให้เร็วแทน
เคสนี้เป็นแฟ้มลูกความจริงหรือไม่
ไม่ใช่ครับ ทุกเคสในหน้านี้เขียนขึ้นจากรูปแบบงานที่พบซ้ำในทางปฏิบัติ โดยตัดข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออกทั้งหมด เผยแพร่เพื่อให้เห็นลำดับการทำงานของแฟ้มเอกสารข้ามประเทศ ไม่ใช่การรับประกันว่าเคสของคุณจะได้ผลเหมือนกัน เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนตามหน่วยงานปลายทาง ประเภทเอกสาร และประเทศที่ยื่น
ถ้าไม่อยากเดินเรื่องเอง ให้ทีมงานทำให้ทั้งหมดได้ไหม
ได้ครับ และเป็นสิ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือก ส่งรูปเอกสารที่มีอยู่ ประเทศปลายทาง และหน่วยงานที่จะยื่น มาที่ LINE @Thainotary หรือโทร 094-895-8999 เราจะตรวจเส้นทางเอกสารให้ก่อนว่าต้องเดินลำดับใด ขาดอะไร แล้วจึงรับดำเนินการรับรอง แปล และยื่นให้ครบทั้งสายในรอบเดียว
ไม่อยากยุ่งยาก ให้เราดูแลให้ทั้งหมด
ทีมงานตรวจเส้นทางเอกสารให้ก่อนเริ่มงาน ประสานหน่วยงานแทน และรายงานความคืบหน้าทุกขั้น โทร 094-895-8999 หรือทัก LINE @Thainotary
