คำถามที่พบบ่อย — รับรองแบบ Apostille
50 คำถาม-คำตอบเชิงลึก อ้างอิงระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Apostille คืออะไร
Apostille คือใบรับรองรูปแบบเดียวตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ที่ทำให้เอกสารราชการของประเทศภาคีหนึ่งใช้ในอีกประเทศภาคีได้โดยไม่ต้องผ่านการรับรองซ้อนหลายชั้นที่สถานทูต
ประเทศไทยใช้ Apostille ได้ตั้งแต่เมื่อไร
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาแล้ว โดยอนุสัญญาจะเริ่มมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยยังต้องใช้เส้นทางรับรองนิติกรณ์กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางตามเดิม
หลังไทยใช้ Apostille แล้ว ยังต้องรับรองที่สถานทูตอีกไหม
หากประเทศปลายทางเป็นภาคีและไม่ได้คัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย โดยหลักจะจบที่ Apostille ใบเดียว แต่หากปลายทางไม่ใช่ภาคี ยังต้องใช้เส้นทางรับรองสถานทูตแบบเดิม
เอกสารแบบใดขอ Apostille ได้
โดยหลักคือเอกสารราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองความประพฤติ และเอกสารเอกชนที่ผ่านการรับรองของเจ้าพนักงานหรือทนายผู้ทำคำรับรองจนกลายเป็นเอกสารที่มีลายมือชื่อทางการกำกับ
Apostille รับรองเนื้อหาในเอกสารหรือไม่
ไม่ Apostille รับรองเพียงความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่งผู้ลงนาม และตราประทับบนเอกสารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง
เอกสารที่รับรองไว้ก่อนวันที่อนุสัญญามีผล จะใช้ได้อยู่หรือไม่
เอกสารที่ผ่านการรับรองครบตามเส้นทางเดิมยังใช้ได้ตามเงื่อนไขของผู้รับปลายทาง แต่หากปลายทางกำหนดอายุเอกสาร อาจต้องดำเนินการใหม่อยู่ดี จึงควรถามปลายทางก่อนทุกครั้ง
ควรรอถึงปี 2027 หรือดำเนินการตอนนี้
ขึ้นอยู่กับกำหนดใช้งานจริง หากต้องยื่นภายในปีนี้ต้องใช้เส้นทางปัจจุบัน หากกำหนดใช้งานอยู่หลังวันที่อนุสัญญามีผลและปลายทางเป็นภาคี การรอมักลดขั้นตอนและระยะเวลาลง
คำแปลต้องขอ Apostille ด้วยไหม
ปกติ Apostille ออกให้เอกสารต้นทาง ส่วนคำแปลจะยอมรับในรูปแบบใดขึ้นกับปลายทาง บางประเทศต้องการนักแปลสาบานตนในประเทศนั้น บางประเทศรับคำแปลที่รับรองจากต้นทาง
ประเทศใดบ้างที่ไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา
ยังมีหลายประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี เช่น กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาบางประเทศ รายชื่อภาคีเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ HCCH ก่อนวางแผนเอกสาร
หน่วยงานใดของไทยจะเป็นผู้ออก Apostille
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานที่ดูแลงานนิติกรณ์ของไทย และจะเป็นผู้รับผิดชอบการออกใบรับรองตามอนุสัญญาเมื่อมีผลใช้บังคับ
ตอนนี้ประเทศไทยออก Apostille ได้แล้วหรือยัง
ยังไม่ได้ ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) จะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้การรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางตามเดิม
หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ขั้นตอนจะเปลี่ยนอย่างไร
สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญาด้วยกัน เอกสารสาธารณะของไทยจะใช้ตราอพอสติลใบเดียวแทนการรับรองซ้อนที่สถานทูตปลายทาง ทำให้ลดขั้นตอนลงหนึ่งชั้น ส่วนเอกสารไปประเทศที่ไม่ใช่ภาคียังต้องรับรองสถานทูตตามเดิม
Apostille กับ Legalization ต่างกันตรงไหน
Apostille คือใบรับรองมาตรฐานเดียวที่ประเทศภาคียอมรับร่วมกัน ส่วน Legalization คือการรับรองต่อกันเป็นชั้น ๆ จากหน่วยงานภายในประเทศไปจนถึงสถานทูตของประเทศปลายทาง ใช้เวลาและขั้นตอนมากกว่า
เอกสารแบบใดที่เข้าข่ายเป็น “เอกสารสาธารณะ” ตามอนุสัญญา
โดยทั่วไปคือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ ศาล ทะเบียนราษฎร และเอกสารที่ผ่านการรับรองโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายภายใน เช่น คำรับรองของทนายผู้ทำคำรับรอง ส่วนเอกสารเอกชนล้วนต้องผ่านขั้นรับรองภายในก่อนจึงจะเข้าข่าย
เอกสารที่รับรองไว้ก่อนวันมีผลบังคับ ต้องทำใหม่หรือไม่
เอกสารที่ผ่านการรับรองครบตามระบบเดิมและปลายทางรับไว้แล้ว ไม่ต้องทำใหม่ แต่หากยังไม่ได้ยื่นและปลายทางเปลี่ยนมาขออพอสติล อาจต้องดำเนินการตามระบบใหม่ ควรตรวจกับปลายทางใกล้ช่วงเปลี่ยนผ่าน
เอกสารจากต่างประเทศที่มีอพอสติลแล้ว นำมาใช้ในไทยได้เลยไหม
ก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย หน่วยงานไทยยังยึดระบบรับรองเดิม คือรับรองโดยหน่วยงานต่างประเทศแล้วรับรองที่สถานทูตไทยในประเทศนั้น หรือรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทยแล้วนำเข้ากรมการกงสุล จึงยังไม่ควรถืออพอสติลเพียงใบเดียวมาใช้
อพอสติลต้องแปลด้วยหรือไม่
ตัวอพอสติลเป็นแบบฟอร์มมาตรฐานที่เข้าใจร่วมกัน แต่เนื้อหาเอกสารหลักมักต้องแปลเป็นภาษาราชการของปลายทาง และบางประเทศกำหนดให้แปลโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนในประเทศตน
ประเทศใดบ้างที่ยังไม่เป็นภาคี
รายชื่อภาคีเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 130 ราย ควรตรวจรายชื่อล่าสุดจากเว็บไซต์ HCCH ก่อนวางแผน เพราะบางประเทศแม้เป็นภาคีก็มีการคัดค้านระหว่างกันซึ่งทำให้ต้องกลับไปใช้ระบบรับรองสถานทูต
อพอสติลมีอายุการใช้งานหรือไม่
ตัวอพอสติลไม่กำหนดวันหมดอายุ แต่หน่วยงานปลายทางมักกำหนดอายุของเอกสารต้นเรื่อง เช่น ทะเบียนราษฎรต้องออกไม่เกิน 3–6 เดือน จึงควรวางแผนเวลาให้สอดคล้อง
ใครจะเป็นผู้ออกอพอสติลของไทย
หน่วยงานผู้มีอำนาจ (Competent Authority) ที่รัฐบาลไทยแจ้งต่อ HCCH คือกระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมการกงสุลเป็นผู้ดำเนินการ รายละเอียดขั้นตอนปฏิบัติจะประกาศก่อนวันมีผลบังคับ
เตรียมตัวล่วงหน้าอย่างไรก่อนระบบอพอสติลเริ่มใช้
ตรวจสอบว่าเอกสารต้นเรื่องเป็นฉบับล่าสุดและสะกดชื่อตรงหนังสือเดินทาง จัดเตรียมคำแปลไว้ล่วงหน้า และสอบถามปลายทางว่าเมื่อระบบใหม่เริ่มใช้จะยอมรับอพอสติลทันทีหรือขอช่วงเปลี่ยนผ่าน
e-Apostille คืออะไร ไทยจะมีหรือไม่
e-Apostille คือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมทะเบียนตรวจสอบออนไลน์ที่หลายประเทศใช้ควบคู่แบบกระดาษ สำหรับไทยต้องรอประกาศแนวปฏิบัติจากกรมการกงสุล จึงยังไม่ควรยืนยันกับปลายทางว่ามีให้บริการ
เอกสารการศึกษาจะขออพอสติลได้เลยไหม
ต้องผ่านการรับรองต้นทางก่อน เช่น ให้สถานศึกษาออกฉบับจริงและรับรองผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนรับรองของกระทรวงการต่างประเทศ ปลายทางบางแห่งยังขอให้ส่งผลตรวจสอบวุฒิโดยตรงจากสถาบันด้วย
ทำไมบางประเทศยังขอให้ผ่านสถานทูตแม้เป็นภาคี
เพราะมีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีระหว่างกัน หรือหน่วยงานปลายทางเป็นเอกชนที่ตั้งเงื่อนไขเพิ่มเอง กรณีเช่นนี้ต้องทำตามเงื่อนไขของผู้รับเอกสารเป็นหลัก
ถ้าปลายทางแจ้งข้อมูลไม่ตรงกับที่นี่ ควรยึดอะไร
ยึดหนังสือหรืออีเมลที่ปลายทางออกให้เป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ เพราะเงื่อนไขอาจเปลี่ยนรายหน่วยงาน เราจะปรับแผนดำเนินการตามเอกสารที่ปลายทางระบุ
ทำไมจึงไม่ควรเชื่อโฆษณาที่บอกว่า “ทำอพอสติลไทยได้แล้ววันนี้”
เพราะอนุสัญญายังไม่มีผลกับไทยจนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 การอ้างว่าออกอพอสติลไทยได้ก่อนหน้านั้นจึงไม่ถูกต้อง และอาจทำให้เอกสารถูกปฏิเสธที่ปลายทาง
Apostille คืออะไร และต่างจากการรับรองแบบเดิมอย่างไร
Apostille คือใบรับรองมาตรฐานเดียวตามอนุสัญญากรุงเฮก ที่ทำให้เอกสารราชการใช้ข้ามประเทศภาคีได้โดยไม่ต้องผ่านการรับรองของสถานทูตปลายทางอีกชั้น ต่างจากระบบเดิมที่ต้องเดินเอกสารเป็นทอด ๆ จากกรมการกงสุลไปยังสถานทูตของประเทศผู้รับ
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาแล้วหรือยัง
ประเทศไทยดำเนินการเข้าเป็นภาคีโดยมอบสัตยาบันเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้ระบบรับรองแบบเดิมตามที่หน่วยงานกำหนด
ก่อนวันที่อนุสัญญามีผล ควรวางแผนเอกสารอย่างไร
ถ้าจำเป็นต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้ดำเนินตามระบบเดิม คือรับรองที่กรมการกงสุลแล้วนำไปรับรองที่สถานทูตปลายทาง ส่วนงานที่ยังไม่เร่งด่วนและปลายทางเป็นประเทศภาคี อาจรอใช้ช่องทาง Apostille เพื่อลดขั้นตอน แต่ควรยืนยันกับหน่วยงานผู้รับก่อนตัดสินใจรอ
เอกสารประเภทใดที่ Apostille ไม่ครอบคลุม
อนุสัญญาใช้กับเอกสารราชการเป็นหลัก โดยทั่วไปไม่ครอบคลุมเอกสารที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ทางการทูตหรือกงสุล และเอกสารทางการค้าหรือศุลกากรบางประเภท เอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองให้กลายเป็นเอกสารที่มีลายมือชื่อรับรองอย่างเป็นทางการก่อน
เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจ จะขอ Apostille ได้อย่างไร
ต้องให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อรับรองก่อน เพื่อให้มีลายมือชื่อของผู้มีอำนาจตามระบบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนรับรองของหน่วยงานที่มีอำนาจออก Apostille ตามที่กำหนด
Apostille ต้องแปลด้วยหรือไม่
ตัวใบ Apostille ใช้แบบฟอร์มมาตรฐานที่เข้าใจตรงกันระหว่างภาคี แต่เนื้อหาเอกสารหลักมักยังต้องแปลเป็นภาษาราชการของปลายทาง ควรถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องแปลตัวใบรับรองด้วยหรือไม่ เพราะบางแห่งกำหนดให้แปลทั้งชุด
ประเทศปลายทางไม่ใช่ภาคีต้องทำอย่างไร
ต้องใช้เส้นทางเดิม คือรับรองคำแปลและลายมือชื่อที่กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในประเทศไทย ตามลำดับที่สถานทูตแห่งนั้นกำหนด
มีบางประเทศภาคีที่คัดค้านการเข้าร่วมของไทยหรือไม่ ต้องระวังอย่างไร
ในระบบอนุสัญญา ประเทศภาคีอาจคัดค้านการภาคยานุวัติของรัฐใหม่ ซึ่งทำให้ช่องทาง Apostille ไม่ใช้ระหว่างสองประเทศนั้น ก่อนวางแผนเอกสารกับประเทศใดควรตรวจสถานะความสัมพันธ์ล่าสุดจากประกาศของกรมการกงสุลและเว็บไซต์ของอนุสัญญา
Apostille มีอายุการใช้งานไหม
ตัวใบรับรองไม่ได้กำหนดวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานผู้รับมักกำหนดว่าเอกสารทั้งชุดต้องออกไม่เกินกี่เดือน จึงควรวางแผนให้การรับรองใกล้เคียงกับวันยื่นจริง
จะตรวจสอบความถูกต้องของ Apostille ได้อย่างไร
ใบรับรองจะมีหมายเลขกำกับและข้อมูลผู้ออก ซึ่งหน่วยงานปลายทางสามารถตรวจสอบย้อนกลับกับหน่วยงานผู้ออกได้ หลายประเทศเปิดระบบตรวจสอบออนไลน์ (e-Register) เพื่อยืนยันว่าหมายเลขนั้นมีอยู่จริง
Apostille คืออะไร ต่างจากการรับรองนิติกรณ์แบบเดิมอย่างไร
Apostille คือใบรับรองมาตรฐานตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ที่หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทางออกให้เพื่อยืนยันความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับบนเอกสารราชการ เมื่อได้ Apostille แล้วประเทศภาคีปลายทางต้องยอมรับโดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต ต่างจากระบบนิติกรณ์แบบเดิมที่ต้องรับรองสองชั้น คือ กรมการกงสุล แล้วตามด้วยสถานทูตปลายทาง
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Apostille แล้วหรือยัง
ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แล้ว โดยอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (ค.ศ. 2027) ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองซ้ำที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางตามเดิม
ตอนนี้ขอ Apostille จากประเทศไทยได้หรือไม่
ยังไม่ได้ เพราะอนุสัญญายังไม่มีผลกับไทยจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หากผู้รับปลายทางแจ้งว่า “ต้อง Apostille” ในช่วงนี้ แนวปฏิบัติคือใช้การรับรองนิติกรณ์จากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ตามด้วยการรับรองของสถานทูตปลายทาง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ให้ผลเทียบเท่าและได้รับการยอมรับ
เอกสารที่รับรองไว้ก่อนปี 2570 จะใช้ได้อยู่ไหมหลังอนุสัญญามีผล
การรับรองที่ทำถูกต้องตามระบบเดิมยังคงสมบูรณ์ในตัวเอง แต่ผู้รับปลายทางหลายรายกำหนดอายุเอกสารรับรองไว้ เช่น ไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน จึงควรตรวจข้อกำหนดอายุเอกสารของหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง มากกว่ากังวลเรื่องระบบรับรองที่เปลี่ยน
เอกสารประเภทใดขอ Apostille ได้บ้าง
อนุสัญญาครอบคลุมเอกสารราชการ ได้แก่ เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือเจ้าพนักงาน เอกสารทางปกครอง เอกสารรับรองโดยโนตารี และคำรับรองที่ผนวกกับเอกสารเอกชน ส่วนเอกสารทางการทูต/กงสุล และเอกสารทางการค้าหรือศุลกากรบางประเภทไม่อยู่ในขอบเขต
เอกสารจากต่างประเทศที่มี Apostille แล้วนำมาใช้ในไทยต้องทำอะไรเพิ่ม
ก่อนที่อนุสัญญาจะมีผลกับไทย หน่วยงานไทยส่วนใหญ่ยังขอให้เอกสารต่างประเทศผ่านการรับรองของสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้น หรือรับรองโดยสถานทูตของประเทศนั้นในไทย แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล ควรสอบถามหน่วยงานผู้รับก่อนเสมอ
Apostille ต้องแปลด้วยไหม
ตัวใบ Apostille เป็นแบบฟอร์มมาตรฐานที่มีหัวข้อภาษาฝรั่งเศสกำกับและประเทศภาคีเข้าใจตรงกัน แต่เนื้อหาของเอกสารหลักมักต้องแปลเป็นภาษาราชการของปลายทาง หลายประเทศกำหนดให้ผู้แปลต้องเป็นนักแปลที่ขึ้นทะเบียนหรือให้แปลในประเทศปลายทางเท่านั้น
Apostille มีอายุเท่าไร
ตัวใบ Apostille ไม่มีวันหมดอายุตามอนุสัญญา แต่หน่วยงานปลายทางมักกำหนดว่าเอกสารต้องออกหรือรับรองภายในกี่เดือน เช่น ทะเบียนบ้าน ใบรับรองความประพฤติ หรือใบรับรองโสด มักถูกกำหนดอายุ 3–6 เดือน จึงควรวางแผนเวลารับรองให้ใกล้วันยื่นจริง
ประเทศปลายทางไม่ได้เป็นภาคี Apostille ต้องทำอย่างไร
ต้องใช้กระบวนการรับรองแบบเต็ม คือ รับรองคำแปลและเอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในประเทศไทย บางประเทศยังกำหนดให้รับรองซ้ำที่กระทรวงการต่างประเทศของตนเมื่อเอกสารไปถึง
บางประเทศเป็นภาคีแต่คัดค้านการเข้าร่วมของไทยจะเกิดอะไรขึ้น
อนุสัญญาเปิดช่องให้รัฐภาคีคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของรัฐใหม่ได้ ผลคืออนุสัญญาจะไม่ใช้บังคับระหว่างสองประเทศนั้น และเอกสารระหว่างกันยังต้องใช้การรับรองแบบสถานทูตตามเดิม จึงควรตรวจสถานะรายประเทศจากเว็บไซต์ HCCH ก่อนวางแผนเอกสาร
เอกสารการศึกษาจะใช้ Apostille ได้ไหม
ปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ของสถาบันรัฐถือเป็นเอกสารราชการโดยตรง ส่วนของสถาบันเอกชนมักต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานกำกับหรือผ่านโนตารีก่อน ปัจจุบันขั้นตอนที่ใช้จริงคือให้สถาบันรับรองสำเนา แปล และรับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองสถานทูตปลายทาง
เอกสารบริษัทที่จะใช้เปิดสาขาต่างประเทศต้องรับรองอย่างไร
ชุดมาตรฐานคือ หนังสือรับรองบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และมติที่ประชุม โดยคัดฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แปลเป็นภาษาปลายทาง รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง หลังปี 2570 ขั้นตอนสถานทูตจะถูกแทนที่ด้วย Apostille สำหรับประเทศภาคี
ต้องใช้ต้นฉบับหรือสำเนาในการยื่นรับรอง
โดยหลักต้องใช้ต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองสำเนาถูกต้อง สำเนาถ่ายเอกสารที่ผู้ถือรับรองเองมักไม่ได้รับการยอมรับ หากต้นฉบับสูญหาย ให้ขอคัดใหม่จากหน่วยงานผู้ออกก่อนเข้าสู่ขั้นตอนรับรอง
ยื่นเรื่องรับรองเอกสารจากต่างประเทศได้ไหม โดยไม่ต้องบินกลับไทย
ได้ในหลายกรณี โดยมอบอำนาจให้ผู้ดำเนินการในไทยพร้อมหนังสือมอบอำนาจที่รับรองลายมือชื่อจากสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศที่ท่านอยู่ จากนั้นเอกสารที่รับรองเสร็จจะจัดส่งกลับตามที่อยู่ที่ระบุ ทั้งนี้บางขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดให้แสดงตนยังต้องมาด้วยตนเอง
ตัวอย่างสถานการณ์ประกอบความเข้าใจ — รับรองแบบ Apostille
ดูตัวอย่างเคสจำลองแบบละเอียด (ผู้ขอรับบริการ วัตถุประสงค์ เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการดำเนินงาน) ทั้งหมดเป็นตัวอย่างประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริงและไม่มีคำรับรองผลลัพธ์
ดูตัวอย่างสถานการณ์ของบริการนี้บริการอื่นในหมวด รับรองนิติกรณ์และอพอสติล
คำถามจริงจากลูกค้า พร้อมคำตอบจากทีมทนาย
คัดจากคลังคำถามจริงกว่า 3,300 ข้อ ที่เรารวบรวมและตอบไว้ทั้งหมด
กรมการกงสุลมีสาขาในต่างจังหวัด (เช่น เชียงใหม่, ภูเก็ต, สงขลา, อุบลราชธานี) รับทำนิติกรณ์เอกสารทุกประเภทไหม?
ตามระเบียบกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุลสำหรับ "กรมการกงสุลมีสาขาในต่างจังหวัด (เช่น เชียงใหม่, ภูเก็ต, สงขลา, อุบลราชธานี) รับทำนิติกรณ์เอกสารทุกประเภทไหม?" — ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille แล้ว เอกสารที่ส่งไปประเทศสมาชิกจึงขอ Apostille ที่กรมการกงสุลได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก (ยกเว้นประเทศที่ยื่นคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย) เรารับมอบอำนาจยื่นแทนได้เต็มรูปแบบ ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปแจ้งวัฒนะเอง เพียงส่งต้นฉบับ + สำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ต + หนังสือมอบอำนาจที่เราจัดเตรียมให้ พร้อมจัดส่งคืนทั่วประเทศและต่างประเทศด้วย EMS/DHL ส่งภาพเอกสารมาที่ LINE @Thainotary เราประเมินขั้นตอน–ราคา–ระยะเวลาให้ภายใน 15 นาที
บริการที่เกี่ยวข้อง: รับรองกงสุล กรมการกงสุลใบรับรองผลการตรวจวิเคราะห์ความปลอดภัยอาหารนำเข้า ต้องผ่าน อย. และกงสุลอย่างไร?
คำตอบสั้นสำหรับ "ใบรับรองผลการตรวจวิเคราะห์ความปลอดภัยอาหารนำเข้า ต้องผ่าน อย. และกงสุลอย่างไร?" — ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille แล้ว เอกสารที่ส่งไปประเทศสมาชิกจึงขอ Apostille ที่กรมการกงสุลได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก (ยกเว้นประเทศที่ยื่นคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย) เรารับมอบอำนาจยื่นแทนได้เต็มรูปแบบ ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปแจ้งวัฒนะเอง เพียงส่งต้นฉบับ + สำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ต + หนังสือมอบอำนาจที่เราจัดเตรียมให้ พร้อมจัดส่งคืนทั่วประเทศและต่างประเทศด้วย EMS/DHL รับ–ส่งเอกสารถึงที่ในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล และ EMS/DHL ทั่วโลก โทร 094-895-8999
บริการที่เกี่ยวข้อง: Apostille ประเทศไทยหากผู้ยื่นเอกสารไม่สามารถเดินทางไปยื่นที่แจ้งวัฒนะด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้เอเจนซี่ทำแทนได้ไหม?
ตามระเบียบกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุลสำหรับ "หากผู้ยื่นเอกสารไม่สามารถเดินทางไปยื่นที่แจ้งวัฒนะด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้เอเจนซี่ทำแทนได้ไหม?" — ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille แล้ว เอกสารที่ส่งไปประเทศสมาชิกจึงขอ Apostille ที่กรมการกงสุลได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก (ยกเว้นประเทศที่ยื่นคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย) เรารับมอบอำนาจยื่นแทนได้เต็มรูปแบบ ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปแจ้งวัฒนะเอง เพียงส่งต้นฉบับ + สำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ต + หนังสือมอบอำนาจที่เราจัดเตรียมให้ พร้อมจัดส่งคืนทั่วประเทศและต่างประเทศด้วย EMS/DHL ส่งภาพเอกสารมาที่ LINE @Thainotary เราประเมินขั้นตอน–ราคา–ระยะเวลาให้ภายใน 15 นาที
บริการที่เกี่ยวข้อง: รับรองกงสุล กรมการกงสุลเอกสารสิทธิประโยชน์ทางภาษีระหว่างประเทศ (Double Taxation Relief) ต้องผ่านกงสุลอย่างไร?
แนวปฏิบัติล่าสุดปี 2569สำหรับ "เอกสารสิทธิประโยชน์ทางภาษีระหว่างประเทศ (Double Taxation Relief) ต้องผ่านกงสุลอย่างไร?" — การรับรองเอกสารกงสุล (นิติกรณ์เอกสาร) ดำเนินการโดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และสาขา MRT คลองเตย/เซ็นทรัลเวสต์เกต/จังหวัดภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille แล้ว เอกสารที่ส่งไปประเทศสมาชิกจึงขอ Apostille ที่กรมการกงสุลได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก (ยกเว้นประเทศที่ยื่นคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย) ปรึกษาฟรี LINE @Thainotary หรือโทร 094-895-8999 ทุกวัน 08:00–20:00 น.
บริการที่เกี่ยวข้อง: รับรองกงสุล กรมการกงสุลนิติกรณ์กงสุลสำหรับใบรับรองผลการตรวจสารพันธุกรรม (DNA Test Report) เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ครอบครัว
คำตอบสั้นสำหรับ "นิติกรณ์กงสุลสำหรับใบรับรองผลการตรวจสารพันธุกรรม (DNA Test Report) เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ครอบครัว" — การรับรองเอกสารกงสุล (นิติกรณ์เอกสาร) ดำเนินการโดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และสาขา MRT คลองเตย/เซ็นทรัลเวสต์เกต/จังหวัดภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille แล้ว เอกสารที่ส่งไปประเทศสมาชิกจึงขอ Apostille ที่กรมการกงสุลได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก (ยกเว้นประเทศที่ยื่นคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย) รับ–ส่งเอกสารถึงที่ในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล และ EMS/DHL ทั่วโลก โทร 094-895-8999
บริการที่เกี่ยวข้อง: รับรองกงสุล กรมการกงสุลสัญญาจ้างแรงงานและสัญญาการค้าหว่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองจากหอการค้าไทยหรือสภาอุตสาหกรรมก่อนกงสุลไหม?
อ้างอิงประกาศกระทรวงการต่างประเทศสำหรับ "สัญญาจ้างแรงงานและสัญญาการค้าหว่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองจากหอการค้าไทยหรือสภาอุตสาหกรรมก่อนกงสุลไหม?" — ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille แล้ว เอกสารที่ส่งไปประเทศสมาชิกจึงขอ Apostille ที่กรมการกงสุลได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก (ยกเว้นประเทศที่ยื่นคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย) เรารับมอบอำนาจยื่นแทนได้เต็มรูปแบบ ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปแจ้งวัฒนะเอง เพียงส่งต้นฉบับ + สำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ต + หนังสือมอบอำนาจที่เราจัดเตรียมให้ พร้อมจัดส่งคืนทั่วประเทศและต่างประเทศด้วย EMS/DHL ส่งภาพเอกสารมาที่ LINE @Thainotary เราประเมินขั้นตอน–ราคา–ระยะเวลาให้ภายใน 15 นาที
บริการที่เกี่ยวข้อง: รับรองกงสุล กรมการกงสุลการรับรองเอกสารใบรับรองการเป็นสมาชิกสมาคมวิชาชีพนานาชาติ
แนวปฏิบัติล่าสุดปี 2569สำหรับ "การรับรองเอกสารใบรับรองการเป็นสมาชิกสมาคมวิชาชีพนานาชาติ" — การรับรองเอกสารกงสุล (นิติกรณ์เอกสาร) ดำเนินการโดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และสาขา MRT คลองเตย/เซ็นทรัลเวสต์เกต/จังหวัดภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille แล้ว เอกสารที่ส่งไปประเทศสมาชิกจึงขอ Apostille ที่กรมการกงสุลได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก (ยกเว้นประเทศที่ยื่นคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย) ปรึกษาฟรี LINE @Thainotary หรือโทร 094-895-8999 ทุกวัน 08:00–20:00 น.
บริการที่เกี่ยวข้อง: รับรองกงสุล กรมการกงสุลข้อควรระวังสูงสุดในการจัดเก็บและจัดส่งเอกสารสำคัญหลังผ่านกระบวนการรับรองกงสุลแล้ว
สรุปแบบเข้าใจง่ายสำหรับ "ข้อควรระวังสูงสุดในการจัดเก็บและจัดส่งเอกสารสำคัญหลังผ่านกระบวนการรับรองกงสุลแล้ว" — ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Hague Apostille แล้ว เอกสารที่ส่งไปประเทศสมาชิกจึงขอ Apostille ที่กรมการกงสุลได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก (ยกเว้นประเทศที่ยื่นคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย) เรารับมอบอำนาจยื่นแทนได้เต็มรูปแบบ ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปแจ้งวัฒนะเอง เพียงส่งต้นฉบับ + สำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ต + หนังสือมอบอำนาจที่เราจัดเตรียมให้ พร้อมจัดส่งคืนทั่วประเทศและต่างประเทศด้วย EMS/DHL ปรึกษาฟรี LINE @Thainotary หรือโทร 094-895-8999 ทุกวัน 08:00–20:00 น.
บริการที่เกี่ยวข้อง: Apostille ประเทศไทยข้อมูลสำคัญโดยสรุป — Apostille ประเทศไทย
- ค่าบริการโดยประมาณ
- สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ ต่อชุดเอกสาร
- ระยะเวลาดำเนินการ
- ปกติ 3–7 วันทำการ
- สิ่งที่ลูกค้าได้รับ
- ใบ Apostille ตามอนุสัญญา Hague ซึ่งไทยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 28 ก.พ. 2570
- พื้นที่ให้บริการ
- ทั่วประเทศไทย — รับงานทางไปรษณีย์/ขนส่ง และออนไลน์ ไม่ต้องเดินทางมาเอง
ราคาข้างต้นเป็นช่วงประมาณการ ราคาจริงขึ้นกับจำนวนหน้า คู่ภาษา และหน่วยงานปลายทาง
สอบถามและขอใบเสนอราคาได้ทันที
ไปต่อที่บริการที่เกี่ยวข้อง
เส้นทางที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ต่อจากหน้านี้ — สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ทุกขั้นตอน
