สวิตเซอร์แลนด์ต้องการรับรองเอกสารแบบไหน
สวิตเซอร์แลนด์กำหนดให้เอกสารผ่านการรับรอง MFA ก่อน แล้วจึงต้องส่งให้สำนักงานกงสุลสวิสรับรองอีกชั้นก่อนใช้. เอกสารทุกฉบับที่เราจัดส่งจะมีตราประทับและลายเซ็นของหัวหน้าหน่วยงานครบถ้วน ผ่านการแปลโดยนักแปลที่ MFA ประทับรับรอง และผ่านการรับรองนิติกรณ์ MFA ทุกฉบับ พร้อมการรับรองสำนักงานกงสุลสวิสตามที่ระบุ
วัตถุประสงค์สวิตเซอร์แลนด์ที่นิยมใช้บริการ MFA
B Permit. วัตถุประสงค์เหล่านี้ต้องใช้เอกสารราชการไทยที่ผ่าน Legalization Chain ครบถ้วน เอกสารที่ทีมงานเราจัดทำให้สามารถใช้ยื่นได้ทันทีหลังจากผ่านขั้นตอนรับรองครบทั้ง 3 ชั้น
Apostille หรือ Legalization Chain — สวิตเซอร์แลนด์ใช้แบบไหน
สวิตเซอร์แลนด์เป็นสมาชิก Hague Apostille Convention 1961 แต่เนื่องจากไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยจึงต้องผ่าน Legalization Chain แทน legalization. ระบบ certification Chain ของเราใช้เวลานานกว่า Apostille เล็กน้อย แต่ผลลัพธ์เทียบเท่ากัน ทีมงานทำให้ทุกขั้นตอนถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ลดความเสี่ยงเอกสารถูกปฏิเสธในต่างประเทศ
ขั้นตอนสำหรับลูกค้าที่อยู่สวิตเซอร์แลนด์
(1) ทำหนังสือมอบอำนาจรับรองที่คณะผู้แทนทางการทูตไทยในสวิตเซอร์แลนด์ (2) ส่งเอกสารตัวจริงและสำเนากลับมาที่ทีมงานในไทย (3) ทีมงานคัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานต้นสังกัด แปล รับรอง MFA และออกหนังสือรับรองคณะผู้แทนทางการทูตสวิส (4) จัดส่ง DHL/FedEx กลับสวิตเซอร์แลนด์ ภายใน 7–15 วัน รวมระยะเวลา 15–30 วันนับจากวันส่งเอกสาร
ค่าบริการรวมไปสวิตเซอร์แลนด์
ค่าบริการแพ็กเกจครบจบสำหรับสวิตเซอร์แลนด์อยู่ระหว่าง 4,000–15,000 บาทต่อเอกสาร ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสาร จำนวนชุด ภาษาคำแปล และระดับการรับรอง (MFA เพียงอย่างเดียว หรือรวมการรับรองสำนักงานกงสุลสวิส) ค่าจัดส่งคิดประมาณ 2,500 บาท สามารถสอบถามใบเสนอราคาแบบรวมที่ระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้ทันที
การรับรองเอกสารสำหรับชาวต่างชาติในไทย
การรับรองสำเนาเอกสารราชการ (ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน, ทะเบียนสมรส, สูติบัตร) ต้องนำต้นฉบับมาเทียบกับสำเนา ทีมเรารับรองได้ทั้งสำเนาภาษาไทยและคำแปลภาษาอังกฤษในจุดเดียว ก่อนนำส่ง MFA ค่าบริการครบวงจร 1,500-3,500 บาท/ฉบับ
การส่งเอกสารผ่าน DHL/FedEx ไปต่างประเทศหลังรับรองเสร็จ
สาขาภูมิภาคของกรมการกงสุล (เชียงใหม่, ขอนแก่น, สงขลา, ภูเก็ต) ให้บริการรับรองนิติกรณ์ระดับพื้นฐาน คิวสั้นกว่ากรุงเทพฯ 2-3 วันทำการ แต่ไม่ครอบคลุมเอกสารบริษัทบางประเภทที่ต้องผ่านสำนักงานใหญ่แจ้งวัฒนะ ทีมเราประสานทั้งสองช่องทางตามความเหมาะสม
เปรียบเทียบระบบ Legalization Chain ของไทยกับ Apostille ในประเทศที่เข้าร่วม Hague Convention
ลายเซ็นในเอกสารบางครั้งไม่ตรงกับฐานข้อมูล MFA ของผู้ออก (เช่น เจ้าหน้าที่เปลี่ยน หรือลายเซ็นยังไม่ได้อัปเดตในระบบ) เคสนี้ต้องส่งเอกสารกลับไปที่หน่วยงานต้นทางขอ Update Signature หรือออกใบใหม่ที่มีลายเซ็นปัจจุบัน ใช้เวลาเพิ่ม 5-10 วันทำการ
การจองคิวออนไลน์ของกรมการกงสุลและช่องทางบริการเร่งด่วน
การรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการได้ที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 19 (ตรงข้ามศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ) หรือที่สำนักงานหนังสือเดินทางสาขาภูมิภาค ขั้นตอนหลักประกอบด้วย (1) นำเอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด (เช่น ที่ว่าการอำเภอ, มหาวิทยาลัย, DBD, ศาล) (2) ตรวจสอบว่าเอกสารต้องแปลก่อนหรือไม่ (3) ยื่นคำขอพร้อมแบบฟอร์ม (4) ชำระค่าธรรมเนียม 200 บาทต่อฉบับ (400 บาทแบบเร่งด่วน) (5) รับเอกสารคืนพร้อมตราประทับสีแดงของกรมการกงสุล
การรับรองสำเนาเอกสารราชการสำหรับใช้ในต่างประเทศ
เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ เอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด คำแปลภาษาอังกฤษ/ภาษาประเทศปลายทาง (ถ้าจำเป็น) ใบรับรองคำแปลจากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท (กรณีไม่มาด้วยตนเอง) และหนังสือชี้แจงวัตถุประสงค์การใช้เอกสารจากหน่วยงานปลายทาง
ความแตกต่างระหว่างบริการรับรองนิติกรณ์ที่แจ้งวัฒนะและสาขาภูมิภาค
ค่าธรรมเนียมราชการของกรมการกงสุล อยู่ที่ฉบับละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ (รับเอกสารคืนภายใน 2 วันทำการ) และ 400 บาทสำหรับบริการเร่งด่วน (รับคืนภายใน 1 วันทำการ) ค่าบริการของทีมงานเรารวมการเดินเอกสาร การติดตามผล การแปล การส่งคณะผู้แทนทางการทูต และการส่ง DHL/FedEx ไปต่างประเทศ เริ่มต้น 1,500 บาทสำหรับเอกสารง่าย ๆ และ 5,000–10,000 บาทสำหรับเอกสารที่ต้องผ่านหลายหน่วยงาน