สเปนต้องการรับรองเอกสารแบบไหน
สเปนกำหนดให้เอกสารผ่านการรับรอง MFA ก่อน แล้วจึงต้องส่งให้คณะผู้แทนทางการทูตสเปนรับรองอีกชั้นก่อนใช้. เอกสารทุกฉบับที่เราจัดส่งจะมีตราประทับและลายเซ็นของหัวหน้าหน่วยงานครบถ้วน ผ่านการแปลโดยนักแปลที่ MFA ยืนยันความถูกต้อง และผ่านการรับรองนิติกรณ์ MFA ทุกฉบับ พร้อมการรับรองคณะผู้แทนทางการทูตสเปนตามที่ระบุ
วัตถุประสงค์สเปนที่นิยมใช้บริการ MFA
Non-Lucrative, Digital Nomad. วัตถุประสงค์เหล่านี้ต้องใช้เอกสารราชการไทยที่ผ่าน Legalization Chain ครบถ้วน เอกสารที่ทีมงานเราจัดทำให้สามารถใช้ยื่นได้ทันทีหลังจากผ่านขั้นตอนรับรองครบทั้ง 3 ชั้น
Apostille หรือ Legalization Chain — สเปนใช้แบบไหน
สเปนเป็นสมาชิก Hague Apostille Convention 1961 แต่เนื่องจากไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยจึงต้องผ่าน Legalization Chain แทน certificate authentication. ระบบ Legalization Chain ของเราใช้เวลานานกว่า Apostille เล็กน้อย แต่ผลลัพธ์เทียบเท่ากัน ทีมงานทำให้ทุกขั้นตอนถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ลดความเสี่ยงเอกสารถูกปฏิเสธในต่างประเทศ
ขั้นตอนสำหรับลูกค้าที่อยู่สเปน
(1) ทำหนังสือมอบอำนาจรับรองที่คณะผู้แทนทางการทูตไทยในสเปน (2) ส่งเอกสารตัวจริงและสำเนากลับมาที่ทีมงานในไทย (3) ทีมงานคัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานต้นสังกัด แปล รับรอง MFA และออกหนังสือรับรองสถานกงสุลสเปน (4) จัดส่ง DHL/FedEx กลับสเปน ภายใน 7–15 วัน รวมระยะเวลา 15–30 วันนับจากวันส่งเอกสาร
ค่าบริการรวมไปสเปน
ค่าบริการแพ็กเกจครบจบสำหรับสเปนอยู่ระหว่าง 4,000–15,000 บาทต่อเอกสาร ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสาร จำนวนชุด ภาษาคำแปล และระดับการรับรอง (MFA เพียงอย่างเดียว หรือรวมการรับรองสำนักงานกงสุลสเปน) ค่าจัดส่งคิดประมาณ 2,500 บาท สามารถสอบถามใบเสนอราคาแบบรวมที่ระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้ทันที
ตัวอย่างหน้าตาเอกสารที่ผ่านการรับรองและจุดสำคัญที่ต้องตรวจ
การรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการได้ที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 19 (ตรงข้ามศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ) หรือที่สำนักงานหนังสือเดินทางสาขาภูมิภาค ขั้นตอนหลักประกอบด้วย (1) นำเอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด (เช่น ที่ว่าการอำเภอ, มหาวิทยาลัย, DBD, ศาล) (2) ตรวจสอบว่าเอกสารต้องแปลก่อนหรือไม่ (3) ยื่นคำขอพร้อมแบบฟอร์ม (4) ชำระค่าธรรมเนียม 200 บาทต่อฉบับ (400 บาทแบบเร่งด่วน) (5) รับเอกสารคืนพร้อมตราประทับสีแดงของกรมการกงสุล
การแปลภาษาที่ MFA ยอมรับและรายชื่อนักแปลขึ้นทะเบียน
เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ เอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด คำแปลภาษาอังกฤษ/ภาษาประเทศปลายทาง (ถ้าจำเป็น) ใบรับรองคำแปลจากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท (กรณีไม่มาด้วยตนเอง) และหนังสือชี้แจงวัตถุประสงค์การใช้เอกสารจากหน่วยงานปลายทาง
การจองคิวออนไลน์และเวลาทำการของกรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
ค่าธรรมเนียมราชการของกรมการกงสุล อยู่ที่ฉบับละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ (รับเอกสารคืนภายใน 2 วันทำการ) และ 400 บาทสำหรับบริการเร่งด่วน (รับคืนภายใน 1 วันทำการ) ค่าบริการของทีมงานเรารวมการเดินเอกสาร การติดตามผล การแปล การส่งคณะผู้แทนทางการทูต และการส่ง DHL/FedEx ไปต่างประเทศ เริ่มต้น 1,500 บาทสำหรับเอกสารง่าย ๆ และ 5,000–10,000 บาทสำหรับเอกสารที่ต้องผ่านหลายหน่วยงาน
การส่งเอกสารต่อสถานทูตปลายทางในประเทศไทย
ทนาย Notary Public รับรองลายเซ็น ตัวตน หรือสำเนา ในขั้นตอนแรกของเอกสารที่ทำในไทย ส่วนการรับรองนิติกรณ์ MFA คือการที่กรมการกงสุลประทับรับรองว่าตราประทับและลายเซ็นของหน่วยงานต้นสังกัด (รวมถึง Notary Public) เป็นของจริง ส่วน consulate Legalization คือขั้นตอนสุดท้ายที่คณะผู้แทนทางการทูตปลายทางรับรองตราของ MFA อีกชั้น เอกสารจะใช้ในต่างประเทศได้ก็ต่อเมื่อผ่านครบทั้ง 3 ขั้น
วิธีมอบอำนาจให้ทีมงานดำเนินการแทน
เอกสารที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ MFA สมบูรณ์ จะมีตราประทับสีแดงของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ลายเซ็นของหัวหน้าฝ่ายนิติกรณ์ เลขที่อ้างอิง วันที่ออกใบรับรอง และข้อความระบุชัดว่าออกหนังสือรับรองเฉพาะตราและลายเซ็นของหน่วยงานต้นสังกัด ผู้รับสามารถนำเลขที่อ้างอิงไปตรวจสอบกลับที่ระบบของ MFA ได้ทันที
สาเหตุที่ทำให้คำขอรับรองถูกปฏิเสธหรือล่าช้า
MFA ยอมรับการแปลโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการกงสุล หรือนักแปลของบริษัทที่ MFA รับรอง รายชื่อสามารถตรวจสอบได้ที่ consular.mfa.go.th คำแปลต้องตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร เลขที่อ้างอิง วันที่ ลายเซ็น และตราประทับ ภาษาที่นิยมแปลได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อาหรับ สเปน อิตาลี และโปรตุเกส