โปแลนด์ต้องการรับรองเอกสารแบบไหน
โปแลนด์กำหนดให้เอกสารผ่านการรับรอง MFA ก่อน แล้วจึงต้องส่งให้สถานกงสุลโปแลนด์รับรองอีกชั้นก่อนใช้. เอกสารทุกฉบับที่เราจัดส่งจะมีตราประทับและลายเซ็นของหัวหน้าหน่วยงานครบถ้วน ผ่านการแปลโดยนักแปลที่ MFA ยืนยันความถูกต้อง และผ่านการรับรองนิติกรณ์ MFA ทุกฉบับ พร้อมการรับรองสำนักงานกงสุลโปแลนด์ตามที่ระบุ
วัตถุประสงค์โปแลนด์ที่นิยมใช้บริการ MFA
Work Permit Type A. วัตถุประสงค์เหล่านี้ต้องใช้เอกสารราชการไทยที่ผ่าน Legalization Chain ครบถ้วน เอกสารที่ทีมงานเราจัดทำให้สามารถใช้ยื่นได้ทันทีหลังจากผ่านขั้นตอนรับรองครบทั้ง 3 ชั้น
Apostille หรือ Legalization Chain — โปแลนด์ใช้แบบไหน
โปแลนด์เป็นสมาชิก Hague Apostille Convention 1961 แต่เนื่องจากไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยจึงต้องผ่าน Legalization Chain แทน document attestation. ระบบ Legalization Chain ของเราใช้เวลานานกว่า Apostille เล็กน้อย แต่ผลลัพธ์เทียบเท่ากัน ทีมงานทำให้ทุกขั้นตอนถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ลดความเสี่ยงเอกสารถูกปฏิเสธในต่างประเทศ
ขั้นตอนสำหรับลูกค้าที่อยู่โปแลนด์
(1) ทำหนังสือมอบอำนาจรับรองที่สถานกงสุลไทยในโปแลนด์ (2) ส่งเอกสารตัวจริงและสำเนากลับมาที่ทีมงานในไทย (3) ทีมงานคัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานต้นสังกัด แปล รับรอง MFA และยืนยันความถูกต้องสถานกงสุลโปแลนด์ (4) จัดส่ง DHL/FedEx กลับโปแลนด์ ภายใน 7–15 วัน รวมระยะเวลา 15–30 วันนับจากวันส่งเอกสาร
ค่าบริการรวมไปโปแลนด์
ค่าบริการแพ็กเกจครบจบสำหรับโปแลนด์อยู่ระหว่าง 4,000–15,000 บาทต่อเอกสาร ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสาร จำนวนชุด ภาษาคำแปล และระดับการรับรอง (MFA เพียงอย่างเดียว หรือรวมการรับรองคณะผู้แทนทางการทูตโปแลนด์) ค่าจัดส่งคิดประมาณ 2,500 บาท สามารถสอบถามใบเสนอราคาแบบรวมที่ระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้ทันที
การรับรองเอกสารสำหรับชาวต่างชาติในไทย
หลังจากเอกสารผ่านการรับรองครบถ้วนทุกขั้น ทีมงานเราจัดส่ง DHL หรือ FedEx ไปยังประเทศปลายทางทั่วโลก ใช้เวลา 3–7 วันสำหรับ Express Service พร้อม Tracking Number ลูกค้าสามารถติดตามสถานะได้ตลอด 24 ชั่วโมง ค่าจัดส่งเริ่มต้น 1,800 บาทสำหรับประเทศใกล้และ 2,500–3,500 บาทสำหรับประเทศไกล
การส่งเอกสารผ่าน DHL/FedEx ไปต่างประเทศหลังรับรองเสร็จ
ระบบ Legalization Chain ของไทยใช้ขั้นตอน 3 ชั้น (ต้นสังกัด → MFA → คณะผู้แทนทางการทูต) ในขณะที่ประเทศที่เข้าร่วม Hague Apostille Convention 1961 ใช้ขั้นตอนเดียว คือการประทับ legalization จาก Competent Authority ของประเทศต้นทาง ทำให้เอกสารใช้ได้ในทุกประเทศสมาชิก แม้ไทยยังไม่ได้เข้าร่วม แต่กรมการกงสุลได้พัฒนาระบบรับรองให้เอกสารไทยใช้ได้ในทุกประเทศปลายทางอย่างถูกต้อง
เปรียบเทียบระบบ Legalization Chain ของไทยกับ Apostille ในประเทศที่เข้าร่วม Hague Convention
กรมการกงสุลเปิดระบบจองคิวออนไลน์ที่ consular.mfa.go.th ลูกค้าทั่วไปได้คิวภายใน 7-14 วัน บริการเร่งด่วนต้อง Walk-in ก่อน 8.00 น. ของวันทำการ จำกัดวันละ 50 คิว ค่าธรรมเนียมเร่งด่วน 400 บาท/ฉบับ ทีมเรามีคิว Reserved กับกรมการกงสุลผ่านบัญชีนิติบุคคล ลดเวลาเหลือ 1-2 วันทำการ
การจองคิวออนไลน์ของกรมการกงสุลและช่องทางบริการเร่งด่วน
การรับรองสำเนาเอกสารราชการ (ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน, ทะเบียนสมรส, สูติบัตร) ต้องนำต้นฉบับมาเทียบกับสำเนา ทีมเรารับรองได้ทั้งสำเนาภาษาไทยและคำแปลภาษาอังกฤษในจุดเดียว ก่อนนำส่ง MFA ค่าบริการครบวงจร 1,500-3,500 บาท/ฉบับ
การรับรองสำเนาเอกสารราชการสำหรับใช้ในต่างประเทศ
สาขาภูมิภาคของกรมการกงสุล (เชียงใหม่, ขอนแก่น, สงขลา, ภูเก็ต) ให้บริการรับรองนิติกรณ์ระดับพื้นฐาน คิวสั้นกว่ากรุงเทพฯ 2-3 วันทำการ แต่ไม่ครอบคลุมเอกสารบริษัทบางประเภทที่ต้องผ่านสำนักงานใหญ่แจ้งวัฒนะ ทีมเราประสานทั้งสองช่องทางตามความเหมาะสม
ความแตกต่างระหว่างบริการรับรองนิติกรณ์ที่แจ้งวัฒนะและสาขาภูมิภาค
ลายเซ็นในเอกสารบางครั้งไม่ตรงกับฐานข้อมูล MFA ของผู้ออก (เช่น เจ้าหน้าที่เปลี่ยน หรือลายเซ็นยังไม่ได้อัปเดตในระบบ) เคสนี้ต้องส่งเอกสารกลับไปที่หน่วยงานต้นทางขอ Update Signature หรือออกใบใหม่ที่มีลายเซ็นปัจจุบัน ใช้เวลาเพิ่ม 5-10 วันทำการ