อิตาลีต้องการรับรองเอกสารแบบไหน
อิตาลีกำหนดให้เอกสารผ่านการรับรอง MFA ก่อน แล้วจึงต้องส่งให้คณะผู้แทนทางการทูตอิตาลีรับรองอีกชั้นก่อนใช้. เอกสารทุกฉบับที่เราจัดส่งจะมีตราประทับและลายเซ็นของหัวหน้าหน่วยงานครบถ้วน ผ่านการแปลโดยนักแปลที่ MFA ยืนยันความถูกต้อง และผ่านการรับรองนิติกรณ์ MFA ทุกฉบับ พร้อมการรับรองสถานกงสุลอิตาลีตามที่ระบุ
วัตถุประสงค์อิตาลีที่นิยมใช้บริการ MFA
Elective Residence. วัตถุประสงค์เหล่านี้ต้องใช้เอกสารราชการไทยที่ผ่าน Legalization Chain ครบถ้วน เอกสารที่ทีมงานเราจัดทำให้สามารถใช้ยื่นได้ทันทีหลังจากผ่านขั้นตอนรับรองครบทั้ง 3 ชั้น
Apostille หรือ Legalization Chain — อิตาลีใช้แบบไหน
อิตาลีเป็นสมาชิก Hague Apostille Convention 1961 แต่เนื่องจากไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยจึงต้องผ่าน Legalization Chain แทน certificate authentication. ระบบ Legalization Chain ของเราใช้เวลานานกว่า Apostille เล็กน้อย แต่ผลลัพธ์เทียบเท่ากัน ทีมงานทำให้ทุกขั้นตอนถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ลดความเสี่ยงเอกสารถูกปฏิเสธในต่างประเทศ
ขั้นตอนสำหรับลูกค้าที่อยู่อิตาลี
(1) ทำหนังสือมอบอำนาจรับรองที่สถานกงสุลไทยในอิตาลี (2) ส่งเอกสารตัวจริงและสำเนากลับมาที่ทีมงานในไทย (3) ทีมงานคัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานต้นสังกัด แปล รับรอง MFA และยืนยันความถูกต้องสำนักงานกงสุลอิตาลี (4) จัดส่ง DHL/FedEx กลับอิตาลี ภายใน 7–15 วัน รวมระยะเวลา 15–30 วันนับจากวันส่งเอกสาร
ค่าบริการรวมไปอิตาลี
ค่าบริการแพ็กเกจครบจบสำหรับอิตาลีอยู่ระหว่าง 4,000–15,000 บาทต่อเอกสาร ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสาร จำนวนชุด ภาษาคำแปล และระดับการรับรอง (MFA เพียงอย่างเดียว หรือรวมการรับรองสถานกงสุลอิตาลี) ค่าจัดส่งคิดประมาณ 2,500 บาท สามารถสอบถามใบเสนอราคาแบบรวมที่ระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้ทันที
ความแตกต่างระหว่างบริการรับรองนิติกรณ์ที่แจ้งวัฒนะและสาขาภูมิภาค
ระบบ Legalization Chain ของไทยใช้ขั้นตอน 3 ชั้น (ต้นสังกัด → MFA → สำนักงานกงสุล) ในขณะที่ประเทศที่เข้าร่วม Hague Apostille Convention 1961 ใช้ขั้นตอนเดียว คือการประทับ document attestation จาก Competent Authority ของประเทศต้นทาง ทำให้เอกสารใช้ได้ในทุกประเทศสมาชิก แม้ไทยยังไม่ได้เข้าร่วม แต่กรมการกงสุลได้พัฒนาระบบรับรองให้เอกสารไทยใช้ได้ในทุกประเทศปลายทางอย่างถูกต้อง
การจัดการเอกสารที่ลายเซ็นไม่ตรงกับฐานข้อมูล MFA
กรมการกงสุลเปิดระบบจองคิวออนไลน์ที่ consular.mfa.go.th ลูกค้าทั่วไปได้คิวภายใน 7-14 วัน บริการเร่งด่วนต้อง Walk-in ก่อน 8.00 น. ของวันทำการ จำกัดวันละ 50 คิว ค่าธรรมเนียมเร่งด่วน 400 บาท/ฉบับ ทีมเรามีคิว Reserved กับกรมการกงสุลผ่านบัญชีนิติบุคคล ลดเวลาเหลือ 1-2 วันทำการ
ขั้นตอนการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลอย่างละเอียด
การรับรองสำเนาเอกสารราชการ (ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน, ทะเบียนสมรส, สูติบัตร) ต้องนำต้นฉบับมาเทียบกับสำเนา ทีมเรารับรองได้ทั้งสำเนาภาษาไทยและคำแปลภาษาอังกฤษในจุดเดียว ก่อนนำส่ง MFA ค่าบริการครบวงจร 1,500-3,500 บาท/ฉบับ
เอกสารต้นฉบับและสำเนาที่ต้องเตรียม
สาขาภูมิภาคของกรมการกงสุล (เชียงใหม่, ขอนแก่น, สงขลา, ภูเก็ต) ให้บริการรับรองนิติกรณ์ระดับพื้นฐาน คิวสั้นกว่ากรุงเทพฯ 2-3 วันทำการ แต่ไม่ครอบคลุมเอกสารบริษัทบางประเภทที่ต้องผ่านสำนักงานใหญ่แจ้งวัฒนะ ทีมเราประสานทั้งสองช่องทางตามความเหมาะสม
ค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการของทีมงาน
ลายเซ็นในเอกสารบางครั้งไม่ตรงกับฐานข้อมูล MFA ของผู้ออก (เช่น เจ้าหน้าที่เปลี่ยน หรือลายเซ็นยังไม่ได้อัปเดตในระบบ) เคสนี้ต้องส่งเอกสารกลับไปที่หน่วยงานต้นทางขอ Update Signature หรือออกใบใหม่ที่มีลายเซ็นปัจจุบัน ใช้เวลาเพิ่ม 5-10 วันทำการ
ความแตกต่างระหว่าง Notary, นิติกรณ์ MFA และ Embassy Legalization
การรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการได้ที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 19 (ตรงข้ามศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ) หรือที่สำนักงานหนังสือเดินทางสาขาภูมิภาค ขั้นตอนหลักประกอบด้วย (1) นำเอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด (เช่น ที่ว่าการอำเภอ, มหาวิทยาลัย, DBD, ศาล) (2) ตรวจสอบว่าเอกสารต้องแปลก่อนหรือไม่ (3) ยื่นคำขอพร้อมแบบฟอร์ม (4) ชำระค่าธรรมเนียม 200 บาทต่อฉบับ (400 บาทแบบเร่งด่วน) (5) รับเอกสารคืนพร้อมตราประทับสีแดงของกรมการกงสุล