ออสเตรเลียต้องการรับรองเอกสารแบบไหน
ออสเตรเลียกำหนดให้เอกสารผ่านการรับรอง MFA ก่อน แล้วจึงต้องส่งให้สำนักงานกงสุลออสเตรเลียรับรองอีกชั้นก่อนใช้. เอกสารทุกฉบับที่เราจัดส่งจะมีตราประทับและลายเซ็นของหัวหน้าหน่วยงานครบถ้วน ผ่านการแปลโดยนักแปลที่ MFA ยืนยันความถูกต้อง และผ่านการรับรองนิติกรณ์ MFA ทุกฉบับ พร้อมการรับรองคณะผู้แทนทางการทูตออสเตรเลียตามที่ระบุ
วัตถุประสงค์ออสเตรเลียที่นิยมใช้บริการ MFA
วีซ่า PR, Partner Visa, Skill Assessment. วัตถุประสงค์เหล่านี้ต้องใช้เอกสารราชการไทยที่ผ่าน Legalization Chain ครบถ้วน เอกสารที่ทีมงานเราจัดทำให้สามารถใช้ยื่นได้ทันทีหลังจากผ่านขั้นตอนรับรองครบทั้ง 3 ชั้น
Apostille หรือ Legalization Chain — ออสเตรเลียใช้แบบไหน
ออสเตรเลียเป็นสมาชิก Hague Apostille Convention 1961 แต่เนื่องจากไทยยังไม่ได้เข้าร่วม เอกสารไทยจึงต้องผ่าน Legalization Chain แทน legalization. ระบบ certification Chain ของเราใช้เวลานานกว่า Apostille เล็กน้อย แต่ผลลัพธ์เทียบเท่ากัน ทีมงานทำให้ทุกขั้นตอนถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ลดความเสี่ยงเอกสารถูกปฏิเสธในต่างประเทศ
ขั้นตอนสำหรับลูกค้าที่อยู่ออสเตรเลีย
(1) ทำหนังสือมอบอำนาจรับรองที่คณะผู้แทนทางการทูตไทยในออสเตรเลีย (2) ส่งเอกสารตัวจริงและสำเนากลับมาที่ทีมงานในไทย (3) ทีมงานคัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานต้นสังกัด แปล รับรอง MFA และออกหนังสือรับรองสถานกงสุลออสเตรเลีย (4) จัดส่ง DHL/FedEx กลับออสเตรเลีย ภายใน 7–15 วัน รวมระยะเวลา 15–30 วันนับจากวันส่งเอกสาร
ค่าบริการรวมไปออสเตรเลีย
ค่าบริการแพ็กเกจครบจบสำหรับออสเตรเลียอยู่ระหว่าง 4,000–15,000 บาทต่อเอกสาร ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสาร จำนวนชุด ภาษาคำแปล และระดับการรับรอง (MFA เพียงอย่างเดียว หรือรวมการรับรองคณะผู้แทนทางการทูตออสเตรเลีย) ค่าจัดส่งคิดประมาณ 2,500 บาท สามารถสอบถามใบเสนอราคาแบบรวมที่ระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้ทันที
ความแตกต่างระหว่างบริการรับรองนิติกรณ์ที่แจ้งวัฒนะและสาขาภูมิภาค
เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ เอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด คำแปลภาษาอังกฤษ/ภาษาประเทศปลายทาง (ถ้าจำเป็น) ใบรับรองคำแปลจากนักแปลที่ขึ้นทะเบียน บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาท (กรณีไม่มาด้วยตนเอง) และหนังสือชี้แจงวัตถุประสงค์การใช้เอกสารจากหน่วยงานปลายทาง
การจัดการเอกสารที่ลายเซ็นไม่ตรงกับฐานข้อมูล MFA
ค่าธรรมเนียมราชการของกรมการกงสุล อยู่ที่ฉบับละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ (รับเอกสารคืนภายใน 2 วันทำการ) และ 400 บาทสำหรับบริการเร่งด่วน (รับคืนภายใน 1 วันทำการ) ค่าบริการของทีมงานเรารวมการเดินเอกสาร การติดตามผล การแปล การส่งคณะผู้แทนทางการทูต และการส่ง DHL/FedEx ไปต่างประเทศ เริ่มต้น 1,500 บาทสำหรับเอกสารง่าย ๆ และ 5,000–10,000 บาทสำหรับเอกสารที่ต้องผ่านหลายหน่วยงาน
ขั้นตอนการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลอย่างละเอียด
ทนาย Notary Public รับรองลายเซ็น ตัวตน หรือสำเนา ในขั้นตอนแรกของเอกสารที่ทำในไทย ส่วนการรับรองนิติกรณ์ MFA คือการที่กรมการกงสุลยืนยันความถูกต้องว่าตราประทับและลายเซ็นของหน่วยงานต้นสังกัด (รวมถึง Notary Public) เป็นของจริง ส่วน diplomatic mission Legalization คือขั้นตอนสุดท้ายที่สถานกงสุลปลายทางรับรองตราของ MFA อีกชั้น เอกสารจะใช้ในต่างประเทศได้ก็ต่อเมื่อผ่านครบทั้ง 3 ขั้น
เอกสารต้นฉบับและสำเนาที่ต้องเตรียม
เอกสารที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ MFA สมบูรณ์ จะมีตราประทับสีแดงของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ลายเซ็นของหัวหน้าฝ่ายนิติกรณ์ เลขที่อ้างอิง วันที่ออกใบรับรอง และข้อความระบุชัดว่าออกหนังสือรับรองเฉพาะตราและลายเซ็นของหน่วยงานต้นสังกัด ผู้รับสามารถนำเลขที่อ้างอิงไปตรวจสอบกลับที่ระบบของ MFA ได้ทันที
ค่าธรรมเนียมราชการและค่าบริการของทีมงาน
MFA ยอมรับการแปลโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการกงสุล หรือนักแปลของบริษัทที่ MFA รับรอง รายชื่อสามารถตรวจสอบได้ที่ consular.mfa.go.th คำแปลต้องตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร เลขที่อ้างอิง วันที่ ลายเซ็น และตราประทับ ภาษาที่นิยมแปลได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อาหรับ สเปน อิตาลี และโปรตุเกส
ความแตกต่างระหว่าง Notary, นิติกรณ์ MFA และ Embassy Legalization
การจองคิวออนไลน์ทำได้ที่ระบบ qlegal.consular.go.th กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะเปิดให้บริการ จันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–14.30 น. (รับยื่นคำขอ) บริการตามรอบจริงประมาณ 09.00–16.00 น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ สาขาภูมิภาคที่เปิดบริการนิติกรณ์ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา และภูเก็ต