เวียดนามต้องการรับรองเอกสารแบบไหน
เวียดนามกำหนดให้เอกสารผ่านการรับรอง MFA ก่อน แล้วจึงต้องส่งให้สำนักงานกงสุลเวียดนามรับรองอีกชั้นก่อนใช้. เอกสารทุกฉบับที่เราจัดส่งจะมีตราประทับและลายเซ็นของหัวหน้าหน่วยงานครบถ้วน ผ่านการแปลโดยนักแปลที่ MFA ประทับรับรอง และผ่านการรับรองนิติกรณ์ MFA ทุกฉบับ พร้อมการรับรองคณะผู้แทนทางการทูตเวียดนามตามที่ระบุ
วัตถุประสงค์เวียดนามที่นิยมใช้บริการ MFA
Work Permit. วัตถุประสงค์เหล่านี้ต้องใช้เอกสารราชการไทยที่ผ่าน Legalization Chain ครบถ้วน เอกสารที่ทีมงานเราจัดทำให้สามารถใช้ยื่นได้ทันทีหลังจากผ่านขั้นตอนรับรองครบทั้ง 3 ชั้น
Apostille หรือ Legalization Chain — เวียดนามใช้แบบไหน
เวียดนามไม่ได้เป็นสมาชิก Hague Apostille Convention เอกสารทั้งสองฝ่ายจึงต้องใช้ระบบ Legalization Chain. ระบบ Legalization Chain ของเราใช้เวลานานกว่า document attestation เล็กน้อย แต่ผลลัพธ์เทียบเท่ากัน ทีมงานทำให้ทุกขั้นตอนถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ลดความเสี่ยงเอกสารถูกปฏิเสธในต่างประเทศ
ขั้นตอนสำหรับลูกค้าที่อยู่เวียดนาม
(1) ทำหนังสือมอบอำนาจรับรองที่คณะผู้แทนทางการทูตไทยในเวียดนาม (2) ส่งเอกสารตัวจริงและสำเนากลับมาที่ทีมงานในไทย (3) ทีมงานคัดเอกสารต้นฉบับจากหน่วยงานต้นสังกัด แปล รับรอง MFA และยืนยันความถูกต้องสถานกงสุลเวียดนาม (4) จัดส่ง DHL/FedEx กลับเวียดนาม ภายใน 7–15 วัน รวมระยะเวลา 15–30 วันนับจากวันส่งเอกสาร
ค่าบริการรวมไปเวียดนาม
ค่าบริการแพ็กเกจครบจบสำหรับเวียดนามอยู่ระหว่าง 4,000–15,000 บาทต่อเอกสาร ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสาร จำนวนชุด ภาษาคำแปล และระดับการรับรอง (MFA เพียงอย่างเดียว หรือรวมการรับรองคณะผู้แทนทางการทูตเวียดนาม) ค่าจัดส่งคิดประมาณ 2,000 บาท สามารถสอบถามใบเสนอราคาแบบรวมที่ระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้ทันที
วิธีมอบอำนาจให้ทีมงานดำเนินการแทน
หลังจากเอกสารผ่านการรับรองครบถ้วนทุกขั้น ทีมงานเราจัดส่ง DHL หรือ FedEx ไปยังประเทศปลายทางทั่วโลก ใช้เวลา 3–7 วันสำหรับ Express Service พร้อม Tracking Number ลูกค้าสามารถติดตามสถานะได้ตลอด 24 ชั่วโมง ค่าจัดส่งเริ่มต้น 1,800 บาทสำหรับประเทศใกล้และ 2,500–3,500 บาทสำหรับประเทศไกล
สาเหตุที่ทำให้คำขอรับรองถูกปฏิเสธหรือล่าช้า
ระบบ Legalization Chain ของไทยใช้ขั้นตอน 3 ชั้น (ต้นสังกัด → MFA → คณะผู้แทนทางการทูต) ในขณะที่ประเทศที่เข้าร่วม Hague Apostille Convention 1961 ใช้ขั้นตอนเดียว คือการประทับ document attestation จาก Competent Authority ของประเทศต้นทาง ทำให้เอกสารใช้ได้ในทุกประเทศสมาชิก แม้ไทยยังไม่ได้เข้าร่วม แต่กรมการกงสุลได้พัฒนาระบบรับรองให้เอกสารไทยใช้ได้ในทุกประเทศปลายทางอย่างถูกต้อง
การรับรองเอกสารสำหรับชาวต่างชาติในไทย
กรมการกงสุลเปิดระบบจองคิวออนไลน์ที่ consular.mfa.go.th ลูกค้าทั่วไปได้คิวภายใน 7-14 วัน บริการเร่งด่วนต้อง Walk-in ก่อน 8.00 น. ของวันทำการ จำกัดวันละ 50 คิว ค่าธรรมเนียมเร่งด่วน 400 บาท/ฉบับ ทีมเรามีคิว Reserved กับกรมการกงสุลผ่านบัญชีนิติบุคคล ลดเวลาเหลือ 1-2 วันทำการ
การส่งเอกสารผ่าน DHL/FedEx ไปต่างประเทศหลังรับรองเสร็จ
การรับรองสำเนาเอกสารราชการ (ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน, ทะเบียนสมรส, สูติบัตร) ต้องนำต้นฉบับมาเทียบกับสำเนา ทีมเรารับรองได้ทั้งสำเนาภาษาไทยและคำแปลภาษาอังกฤษในจุดเดียว ก่อนนำส่ง MFA ค่าบริการครบวงจร 1,500-3,500 บาท/ฉบับ
เปรียบเทียบระบบ Legalization Chain ของไทยกับ Apostille ในประเทศที่เข้าร่วม Hague Convention
สาขาภูมิภาคของกรมการกงสุล (เชียงใหม่, ขอนแก่น, สงขลา, ภูเก็ต) ให้บริการรับรองนิติกรณ์ระดับพื้นฐาน คิวสั้นกว่ากรุงเทพฯ 2-3 วันทำการ แต่ไม่ครอบคลุมเอกสารบริษัทบางประเภทที่ต้องผ่านสำนักงานใหญ่แจ้งวัฒนะ ทีมเราประสานทั้งสองช่องทางตามความเหมาะสม
การจองคิวออนไลน์ของกรมการกงสุลและช่องทางบริการเร่งด่วน
ลายเซ็นในเอกสารบางครั้งไม่ตรงกับฐานข้อมูล MFA ของผู้ออก (เช่น เจ้าหน้าที่เปลี่ยน หรือลายเซ็นยังไม่ได้อัปเดตในระบบ) เคสนี้ต้องส่งเอกสารกลับไปที่หน่วยงานต้นทางขอ Update Signature หรือออกใบใหม่ที่มีลายเซ็นปัจจุบัน ใช้เวลาเพิ่ม 5-10 วันทำการ